5. คลิก Apply >> คลิก OK >> แล้ว Restart คอมพิวเตอร์
เมื่อ Restart เข้าวินโดวส์แล้ว ตรวจดู System Resources จะเห็นว่า มีค่าเพิ่มมากขึ้น และคอมพิวเตอร์จะทำงาน รวดเร็วขึ้น อีกมากด้วย
หมายเหตุ :
การตั้งค่าดังกล่าว จะเป็นการกำหนดการใช้งานแบบธรรมดา โปรแกรมต่างๆจะยังคงเปิดใช้งานได้เป็นปรกติเหมือนเดิม
หากต้องการคืนสู่สภาพเดิม ทำได้โดย ตรงช่อง Process Win.ini file กับตรงช่อง Load startup group items ให้คลิกทำเครื่องหมายถูก


10.Windows Update เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวินโดวส์
ต้องคอย Update โปรแกรมวินโดวส์อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวินโดวส์ให้มีความสามารถรันโปรแกรมต่างๆได้
ขั้นตอน :-
10.1 คลิกที่ Start >> Windows Update
10.2 ที่หน้าต่าง Welcome to Windows Update ให้คลิกที่  PRODUCT UPDATES
10.3 รอให้วินโดวส์โหลดสักครู่ และรอจนกระทั่งหน้าต่าง  Please Wait... หายไป
10.4 ที่หน้าต่าง Select Software ให้เลื่อน Scroll Bar ที่อยู่ทางขวามือ ให้เลื่อนลง แล้วสังเกตุดูว่ามีโปรแกรมแถวใดบ้าง ที่มีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆอยู่ข้างหน้า ก็ให้คลิกที่ช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั้นๆ จากนั้นให้คลิกที่ Download อยู่ทางขวาบน
10.5 ที่หน้าต่าง Download Checklist ให้คลิกที่ Start Download
10.6 ที่หน้าต่าง Windows Update -- Web Page Dialog ให้คลิกที่ Yes แล้วรอให้วินโดวส์ดาวน์โหลดไฟล์ และติดตั้งโปรแกรมให้เสร็จก่อน สำคัญมาก ขณะที่วินโดวส์กำลังโหลดไฟล์อยู่นั้น ห้ามเปิดเว็บอื่น หรือโปรแกรมอื่นที่ต้องโหลดจากเว็บ หรือคลิกเมาส์เปิดดูข้อความใดๆในนั้น เพราะจะทำให้วินโดวส์โหลดไฟล์ไม่สำเร็จ ต้องเริ่มใหม่ ดังนั้น หากต้อง Update หลายโปรแกรม ควรเลือกทำทีละโปรแกรม กันพลาด
หมายเหตุ :- เราสามารถติดตั้งโปรแกรม Internet Explorer กับ Windows Media Player ได้ที่ Windows Update


11. Internet Options กับการตั้งค่าอย่างถูกต้อง
รายละเอียดคลิกอ่าน
ที่นี่


12. ปรับแต่ง Windows98 ให้ทำงานได้เร็วขึ้น
รายละเอียดคลิกอ่าน
ที่นี่


13. ข้อควรปฎิบัติประจำวัน
ใช้ Windows 98 SE ในการใช้งาน ไม่ต้องต่อเข้าอินเทอร์เน็ต
13.01 ลบไฟล์ทั้งหมดใน C:\WINDOWS\TEMP
13.02 Scandisk ในวินโดวส์
13.03 รัน System File Checker
13.04 รัน Ad-aware
13.05 รัน EasyCleaner
13.06 รัน RegClean
13.07 Empty Recycle Bin
13.08 Taskbar(แท็ปติดขอบจอล่าง) >> คลิกขวาเมาส์เลือก Properties >> คลิกแท็ป Start Menu Programs >> คลิก Clear >> คลิก OK
13.09 Disk Defragmenter
13.10 Restart Computer
ต่อเข้าอินเทอร์เน็ต
13.11 การตรวจและกำจัดไวรัสคอมฯ
13.12 Windows Update
คำแนะนำ :
ขยันอัพเกรดโปรแกรมที่ใช้งานให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่


14. บทสรุปเพิ่มเติม
14.01 เทคนิคการ Connect Internet เข้าโดยง่าย มีวิธีการโดย ดับเบิ้ลคลิกไอค่อน dial-up connection ของ ISP ที่จะต่อเข้าอินเทอร์เน็ต >> เมื่อปรากฏกรอบหน้าต่าง Connect To ขึ้นมา(พิมพ์ Username และ Password เรียบร้อยแล้ว) ให้เคาะคีย์ Enter ที่คีย์บอร์ด 1 ครั้ง >> จากนั้นปล่อยให้ทุกอย่างสงบนิ่ง ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งเม้าส์ก็ห้ามคลิกหรือเลื่อนอย่างเด็ดขาด แล้วรอจนกว่าการ Connect Internet จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ (โดยสังเกตุ จอคู่เล็กกระพริบที่มุมขวาล่างของขอบจอมอนิเตอร์) >> หาก Connect ไม่สำเร็จ ให้รอ 1 นาที แล้วจึงทำใหม่โดยหลักการณ์เดียวกัน

14.02 สวิทช์ เปิด-ปิด โมเด็ม เป็นจำพวกไมโครสวิทช์ (สวิทช์ตัวเล็กๆ) หน้าสัมผัสของคอนแทค(ทีให้กระแสไฟฟ้าตรง หรือ D.C.=Direct Current ผ่าน)จะเล็กมาก อายุการใช้งานของไมโครสวิทช์จะสั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการถนอมการใช้งานที่ยืนยาว และความมีเสถียรภาพสูงของการทำงานในตัวโมเด็มนั้น วิธีที่ดีและถูกต้อง จึงไม่ควร เปิด-ปิด โมเด็ม ที่ไมโครสวิทช์ แต่ให้ ถอด หรือเสียบปลั๊กหม้อแปลงไฟ(Power Adaptor) ที่จ่ายไฟให้กับโมเด็มนั้นแทน

14.03 ไม่เก็บไฟล์เอกสาร หรือไฟล์ข้อมูลสำคัญไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการป้องกันถูกแฮค เพราะจะทำให้การรับ-ส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตช้าลง เราสามารถจะทราบได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตในขณะนั้น มีใครแฮคเราหรือไม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้  คลิกที่ Start >> คลิก Run >> ที่กรอบหน้าต่าง Run ในช่อง Open: ให้พิมพ์  netstat 10 >> ที่กรอบหน้าต่าง netstat ให้สังเกตุเบอร์ IP นอกจากไอพีของเว็บที่เราเปิดอยู่แล้ว ยังมีไอพีอื่นๆของผู้ที่แฮคหรือไม่

14.04 ใช้โปรแกรม บราวเซอร์นี้ในการเปิดเว็บ จะช่วยให้เข้าเว็บต่างๆได้เร็วขึ้นอีกมาก
Maxthon

14.05 การปรับแต่งให้คอมฯแรง เน็ตเร็ว จะทำให้เครื่องคอมฯอุณหภูมิสูงเร็วกว่าปรกติ ดังนั้นจึงควรหาวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องคอมฯร้อนมากไป โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ต่อไปนี้  ใช้เครื่องคอมฯในห้องที่เปิดแอร์ หรือ ติดพัดลมระบายอากาศไว้หลายตัวในเครื่องคอมฯ หรือ เปิดฝาครอบเครื่องคอมฯออก เพื่อให้อากาศร้อนภายในเครื่องคอมฯกระจายระบายออกสู่ภายนอกสะดวก(การที่เปิดฝาครอบออก จะทำให้ฝุ่นเข้าไปเกาะภายในเครื่องคอมฯง่าย จึงต้องหมั่นคอยใช้เครื่องดูดฝุ่นออก ประมาณเดือนละครั้ง)


15. Modem 56k แต่วิ่งถึง 115.2k
สามารถทำได้ แต่จะได้ทุกวินโดวส์หรือโมเด็มยี่ห้อใดนั้น ยังไม่ทราบ ต้องพิสูจน์ทดลองกันเอง
ดูรายละเอียดคำแนะนำคลิก
ที่นี่


สวัสดี ^_^
คลิกกลับหน้าสารบัญ คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต
คลิกกลับหน้าแรก โฮมเพจ
คอมฯแรง  เน็ตเร็ว
คำนำ
    การจะเข้าใจอะไรสักอย่างนั้น  สิ่งสำคัญต้องรักที่จะสนใจในสิ่งนั้น  มีเวลาพอกับการชิดใกล้เพื่อทำความรู้จัก  ศึกษา  จดจำ  และปฎิบัติ
     คอมฯแรง  เน็ตเร็ว  จากประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่รุ่น PC 386 Freq 33 MHz  และใช้วินโดวส์มาตั้งแต่ Windows 3.11Thai  ทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้น  ได้ค้นหาคำตอบมาแก้ไข
จึงอยากจะแนะนำเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการศึกษาและแก้ไขปัญหา  ถึงแม้จะมีเพียงเล็กน้อย  แต่ก็อาจจะช่วยท่านได้ในบางกรณีย์
     เริ่ม  ปัจจุบันวินโดวส์ที่ใช้อยู่เป็น Windows 98 SE Thai  หน่วยความจำ RAM อย่างน้อยควรจะมี 256 MB  ดังนั้น  การอธิบายข้อแนะนำต่างๆจะอยู่บนพื้นฐานของ Windows 98  ส่วนท่านที่ใช้วินโดวส์เป็นอย่างอื่น  สามารถอ่านหลักการไว้เพื่อเปรียบเทียบ  โดยเริ่มตามลำดับต่อไปนี้


01. การเสียบปลั๊กไฟให้ถูกขั้ว
     ก่อนที่จะเปิดคอมพิวเตอร์ให้ทำงาน  ต้องเสียบปลั๊กไฟฟ้า  ไฟฟ้าในประเทศไทยจะมีอยู่สองขั้ว คือขั้วบวก + (สีแดง)  และขั้วลบหรือสายดิน - (สีดำ)  มีแรงเคลื่อน 220 โวลท์  ส่วนของเมืองนอกทางแถบยุโรปเขาจะมีสามขั้ว 110 โวลท์ ขั้วที่สามที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็คือขั้วที่ไว้ต่อลงดิน  กันเวลาไฟรั่ว
     เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ  รวมทั้งคอมพิวเตอร์  จะออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้มีสายดิน(-)ร่วมกัน  แล้วเชื่อมสายดินไว้กับตัวถัง  หรือโครงสร้างภายนอกที่ห่อหุ้มวงจรนั้น
     ดังนั้น  เมื่อตัวถังของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีค่าความต่างศักดาเป็นลบ (-)  เวลาเราเสียบปลั๊กไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า สมควรอย่างยิ่งต้องให้ถูกขั้ว ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้  เพราะ
เหตุผลข้อที่ 1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ  ถึงแม้ว่าภาคจ่ายไฟ (power supply)  จะมีตัวแปลงแล้วก็ตาม  และยังช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย
เหตุผลข้อที่ 2. ป้องกันไฟฟ้าดูด (ในกรณีย์ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในสภาพปรกติ  ไฟไม่รั่ว)  อันนี้ทดลองดูได้  โดยเสียบปลั๊กไฟของตู้เย็นให้สลับขั้วไฟกันทีละครั้งให้ตู้เย็นทำงาน  จากนั้นยืนบนพื้นดินโดยไม่ต้องใส่รองเท้า  แล้วใช้แขนค่อยๆสัมผัสตัวถังหรือขอบของตู้เย็น  ดูผลต่างของทั้งสองครั้งว่าแตกต่างกันอย่างไร  (ระวัง! ตู้เย็นนั้นต้องปรกติ ไฟไม่รั่วด้วย)
วิธี
     ในการเสียบปลั๊กไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ให้ถูกขั้วนั้น  เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบ  คือ  ไขควงลองไฟ  ทุกท่านคงรู้จักกันดี  เมื่อเสียบปลั๊กไฟคอมพิวเตอร์แล้ว  ยังไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทำงาน  ให้ใช้ไขควงลองไฟสัมผัสที่ตัวถังด้านที่เป็นโลหะ  จากนั้นดูความแตกต่างของแสงที่ไขควงลองไฟ(ภายหลังจากที่ได้สลับเปลี่ยนการเสียบของปลั๊กไฟ)  เลือกการเสียบของปลั๊กไฟที่ทำให้ไขควงลองไฟไม่มีแสง  จึงเป็นการเสียบปลั๊กไฟที่ถูกต้อง


02. Startup Disk
ก่อนจะใช้งานคอมพิวเตอร์ ควรมีแผ่น Startup Disk ซึ่งเป็นโปรแกรมไว้ตรวจและแก้ไขความผิดปรกติเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์
เมื่อไรจึงจะใช้ Startup Disk
เมื่อพบอาการต่อไปนี้
- คอมพิวเตอร์ค้างขณะรันโปรแกรม ( ให้ปิดวินโดวส์โดยคลิกที่ 3 คีย์นี้พร้อมๆกันหลายๆครั้ง Ctrl  Alt   Del )
- เมื่อเข้าวินโดวส์  รันโปรแกรมรู้สึกช้ากว่าปรกติ ( ปัญหานี้ต้อง Disk Defragmenter ร่วมด้วย )
- โปรแกรมไม่สามารถรันได้อย่างที่เคย
- ไฟฟ้าดับกระทันหัน ขณะเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่

วิธีทำแผ่นโปรแกรม Startup Disk
1. ใช้แผ่นฟล็อบปี้ดิสก์ที่ได้โฟร์แมทมาแล้ว ใส่เข้าไปในไดรว์ A:
2. คลิก Start >> Settings >> Control Panel (จะมีหน้าต่าง Control Panel เกิดขึ้น)
3. ตรงหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Add/Remove Programs (จะมีหน้าต่าง Add/Remove Programs Properties เกิดขึ้น)
4. ตรงหน้าต่าง Add/Remove Programs Properties ให้คลิกที่แทป Startup Disk แล้วคลิกที่ Creat Disk... จากนั้นก็รอระบบจัดการเอง (หากใช้แผ่นซีดีติดตั้งวินโดวส์ จะต้องใส่แผ่นซีดีนี้ก่อนในไดร์ของซีดีรอมด้วย)

วิธีการใช้แผ่นโปรแกรม Startup Disk
ในการตรวจหาและแก้ไขข้อบกพร่องของโปรแกรมวินโดวส์และของฮาร์ดดิสก์(ไม่ต้องเข้าเน็ต)
1. ใส่แผ่นโปรแกรม Startup Disk ในไดรว์ A:
2. Reboot คอมพิวเตอร์
3. เมื่อคอมฯ boot มาถึงคำสั่ง 1. Start computer with CD-ROM support ให้กด Enter (สำหรับคอมฯที่มี CD-ROM หากไม่มีให้เลือกแถวที่สอง)
4. เมื่อ boot เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมาอยู่ที่เครื่องหมายพร็อมพ์ A:\> ให้สังเกตแถวที่มีเขียนไว้ว่า The diagnostic tools were succesfully loaded to drive E (ให้สังเกตุว่าใช่ drive E หรือปล่าว เพราะบางเครื่องอาจเป็นไดรว์อื่น เช่น D)
5. เมื่อเป็น drive E ให้พิมพ์คำสั่ง E: แล้วกด Enter ก็จะมาอยู่ในไดรว์ E: และมีเครื่องหมายพร็อมพ์เป็นดังนี้ E:\>
6. ที่พร็อม E:\ > ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ scandisk C: (เมื่อต้องการตรวจที่ไดรว์ C:) แล้วกด Enter โปรแกรม Start Disk ก็จะตรวจหาข้อผิดพลาด ให้ดูการตรวจไปพร้อมกันด้วย หากตรวจพบข้อผิดพลาดก็ให้ทำตามระบบ ง่ายๆมาก
7. และเมื่อตรวจเสร็จแล้ว ถึงตอนท้ายสุด หากไม่พบข้อผิดพลาดให้กด NO หากมีข้อผิดพลาดควรกด YES เพื่อให้โปรแกรม Startup Disk ได้ตรวจอย่างละเอียด ซึ่งจะใช้เวลามาก ประมาณชั่วโมง ช่วงที่ตรวจอย่างละเอียด เราจะไปทำธุระอย่างอื่นก่อนก็ได้ ปล่อยให้ระบบจัดการเองกระทั่งเสร็จ
หมายเหตุ : เมื่อเสร็จขั้นตอนการตรวจด้วยแผ่นโปรแกรม Startup Disk แล้ว ให้เข้าวินโดวส์ และเปิดโปรแกรม ScanDisk โดยคลิกที่ Start >> Programs >> Accessories >> System Tools >> คลิกที่ ScanDisk
เพื่อให้ ScanDisk ตรวจดูความถูกต้องขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้ง ให้คลิกเลือกแถว Standard และเลือกแถว Automatically fix errors จากนั้น เลือกฮาร์ดไดรว์ ที่จะตรวจ เมื่อเลือกแล้ว ให้คลิกที่ Start วินโดวส์จะตรวจและแก้ไขข้อบกพร่องให้เอง
เมื่อเสร็จเรียบร้อยจากการตรวจด้วย ScanDisk ให้ Shut Down วินโดวส์ แล้ว Restart เข้าวินโดวส์ใหม่


03. การตรวจและกำจัดไวรัสคอมฯ
ไวรัส เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้า รวน ไฟล์ข้อมูลสูญเสีย หรือไฟล์ถูกลบหายไป ถ้าอาการหนัก จะทำให้คอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้
จำไว้ให้แม่น 7ไฟล์นามสกุลต่อไปนี้ สามารถที่จะสร้างเป็นไฟล์ไวรัสได้  .exe  ;  .com  ;  .bat   ; .scr  ;  .vbs  ;  .pif  ;  .hta
วิธีปฏิบัติ :
ให้เข้าอินเทอร์เน็ต แล้วคลิกลิงค์ที่เว็บไซท์ด้านล่างนี้
http://housecall.antivirus.com/
เมื่อเข้าเว็บไซท์นี้ได้แล้ว ครั้งแรกที่เข้ามาจะต้อง Register ก่อนจึงจะใช้งานได้
- โดยการคลิกที่ช่องวงกลม  I am a home user
- แล้วพิมพ์ชื่ออีเมล์ในช่อง  Email  จากนั้นคลิกที่กรอบ  Register
- รอสักครู่ใหญ่ ให้ทางเว็บไซท์โหลดโปรแกรมตรวจสอบไวรัสเสร็จเรียบร้อยก่อน
- เมื่อโหลดเสร็จแล้ว ให้เลือกคลิกชื่อไดรว์ที่จะสแกน ตัวอย่างเช่น  (C:)  จากนั้นจึงคลิกที่กรอบ  SCAN  โปรแกรมตรวจสอบไวรัสจะเริ่มทำการตรวจสอบ
- ในขณะที่กำลังตรวจอยู่นั้น ห้ามปิดเว็บไซท์ตรวจสอบไวรัส หรือ เปลี่ยนไปดูเว็บไซท์อื่น หรือเปิดโปรแกรมอื่นที่ต้องเปิดหรือโหลดจากเว็บไซท์ เพราะจะทำให้เว็บไซท์ตรวจสอบไวรัสนั้นต้องยกเลิก แต่สามารถเปิดโปรแกรมทำงานอย่างอื่นได้(ที่ต้องไม่เกี่ยวกับการเปิดเว็บไซท์)
- หลังจากตรวจสอบเสร็จ หากมีรายชื่อไวรัสปรากฎ ให้คลิกที่ Delete แล้วจึงคลิก Close
- เซฟเว็บไซท์หน้านี้  http://housecall.antivirus.com/housecall/start_corp.asp  ไว้ที่  Favorites  เพื่อความสะดวกในการเข้าตรวจสอบไวรัสครั้งต่อไป
ข้อเสนอแนะ :
ไม่ใช่ใช้โปรแกรมตรวจสอบไวรัสที่ติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ เพราะถ้าหากคอมพิวเตอร์นั้นติดไวรัส โอกาสที่โปรแกรมตรวจสอบไวรัสจะติดไวรัสได้ด้วยเหมือนกัน ทำให้โปรแกรมขาดประสิทธิภาพ ตรวจไวรัสไม่พบ อีกทั้งยังต้องคอยอัพเดทให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ จึงจะหาไวรัสตัวใหม่ได้
โปรแกรมตรวจสอบไวรัสทั้งหลายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตัวโปรแกรมใช้พื้นที่หน่วยความจำ  RAM และ System Resources  มาก อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คอมฯรันช้า เน็ตหลุดง่าย หากมีติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัสอยู่ ให้ Uninstall ออก แล้วใช้โปรแกรมตรวจสอบไวรัสจากเว็บไซท์นี้แทน
วิธีป้องกันไวรัสที่แนบไฟล์มากับจดหมายเมล์
1. ตรวจดูชื่อเมล์ ใช่ชื่อเมล์ที่เรารู้จักคุ้นเคยมั้ย หากไม่ใช่ ให้สงสัยไว้ก่อน
2. หากมีไฟล์แนบมากับเมล์ (Attach File : .exe ; .com ; .bat ; .scr ; .vbs ; .pif ; .hta) ให้เซฟไฟล์ไว้ที่ Floppy Disk ก่อน แล้วนำแผ่นดิสก์เก็บไว้ เพื่อตรวจหาไวรัสในข้อ4. ต่อไป
3. ภายในจดหมายเมล์ที่สงสัยดังกล่าว อาจมีคลิกลิงค์ไปยังเว็บไซท์อื่นๆ ห้ามคลิกที่ลิงค์นั้น
4. เข้าเว็บไซท์ 
http://housecall.antivirus.com/ เพื่อใช้บริการตรวจสอบไวรัสฟรี เว็บไซท์นี้เขา Update อยู่เสมอ จึงได้ผลดีเยี่ยมในการตรวจสอบไวรัส หากตรวจพบไวรัส ให้ใช้คำสั่ง Delete


04. System File Checker
ตรวจสอบไฟล์ระบอบการทำงานของวินโดวส์ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ไฟล์ไม่ขาดหาย ถ้าไฟล์ใดขาดหายไป จะไม่สามารถรันโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งได้ ขึ้นอยู่กับไฟล์ระบอบของวินโดวส์ที่หายไปนั้น
วิธีตรวจ :
1. คลิก Start >> Programs >> Accessories >> System Tools >> System Information (จะขึ้นกรอบ Microsoft System Information)
2. ที่กรอบ Microsoft System Information ให้คลิกแท็ป Tools >> คลิกแถว System File Checker (จะขึ้นกรอบ System File Checker)
3. ที่กรอบ System File Checker จะเห็นวงกลมแถวบน Scan for altered files ทำเครื่องหมายจุดในวงกลมอยู่แล้ว ให้คลิกที่ Start ได้เลย รอให้วินโดวส์ Checking files... เสร็จก่อน
4.1 ในสภาพเรียบร้อย ไฟล์ระบอบสมบูรณ์ จะขึ้นกรอบ Finished ให้คลิก OK ออกจากการตรวจ
4.2 หากขึ้นกรอบ Error และบอกชื่อไฟล์ระบอบของวินโดวส์ที่ขาดหายไป หรือไฟล์ชำรุด จะต้องคลิกทำเครื่องหมายจุดในวงกลมแถวล่าง Extract one file from installation disk และพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นนลงในช่องว่าง เพื่อให้วินโดวส์ restore ไฟล์กลับคืนมา (ต้องใส่ซีดีวินโดวส์เซ็ทอัพในซีดีไดรว์ หากติดตั้งวินโดวส์ด้วยซีดี)


05. Ad-aware โปรแกรมกำจัดไฟล์สปาย
ถึงแม้จะได้ Scandisk ตรวจสอบไวรัส และตรวจ System File Checker แล้วก็ตาม แต่ปรากฎว่า คอมฯยังค้าง มีปัญหาจุกจิก และเน็ตก็หลุดง่าย ที่เป็นดังนี้ สาเหตุอาจเกิดจากมีไฟล์สปาย แอบแฝงอยู่ในคอมพิวเตอร์  ไฟล์เหล่านี้ไม่ใช่ไฟล์ไวรัส ดังนั้นโปรแกรมตรวจสอบไวรัส จะไม่สามารถตรวจพบไฟล์สปายนี้ได้ ไฟล์สปายเมื่อเข้ามาอยู่ในคอมฯ จะใช้ทรัพยากรระบอบ ( System Resources ) ทำให้โปรแกรมของเราที่เปิดอยู่ หรือที่กำลังจะเปิด ทรัพยากรระบอบไม่พอใช้ ทำให้ทำงานไม่ได้ หรือรวน และไฟล์สปายยังทำหน้าที่อีกหลายอย่าง ที่ไม่เป็นผลดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์
รายละเอียดคลิกอ่าน
ที่นี่


06. EasyCleaner
โปรแกรมค้นหา registry ของวินโดวส์ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย การลบ registry เหล่านี้ออกไป จะเร่งคอมพิวเตอร์ให้เร็วขึ้น EasyCleaner ยังสามารถค้นหาและลบชนิดทั้งหมดของแฟ้มไฟล์ที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ไฟล์ temps ฯลฯ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเนื้อที่ว่างฮาร์ดดิสก์
รายละเอียดคลิกอ่าน
ที่นี่


07. RegClean
โปรแกรมทำความสะอาด Registry ของระบบวินโดวส์
Registry ของระบบ Windows คือที่สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นของซอฟต์แวร์ที่มีการติดตั้งลงไปในวินโดวส์ ซึ่งถ้าหาก เราทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ และทำการลบหรือ Uninstall ออกไปบ่อยๆ ในบางครั้ง ค่าของ Registry ต่างๆ จะไม่ถูกยกเลิกออกจากระบบด้วย จะมีผลทำให้วินโดวส์ ต้องมีการอ่านค่าต่างๆ จาก Registry เหล่านี้ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น รวมถึงจะเป็นการทำให้ ขนาดของ Registry มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้น การทำความสะอาด Registry ในส่วนนี้ จะเป็นการช่วยลบค่าต่างๆ ที่ไม่จำเป็นในการใช้งานออกไป จะช่วยให้ระบบวินโดวส์ ทำงานได้เร็วขึ้นตามไปด้วย
คลิกลิงค์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม 
RegClean 4.1a (0.766 MB)



08. Disk Defragmenter
คือการจัดเรียงไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ให้เป็นระเบียบ เพื่อง่ายและรวดเร็วทั้งการอ่านและเขียนของฮาร์ดดิสก์ อีกทั้งโปรแกรมวินโดวส์ยังจัดเรียงไฟล์ระบอบไว้ที่ต้นๆ ทำให้การรันโปรแกรมต่างๆเร็วขึ้นอีกมาก หากนานๆครั้งเรียงไฟล์ที จะใช้เวลานานกว่าเรียงไฟล์เป็นประจำ
ข้อควรระวัง :
ขณะวินโดวส์กำลังจัดเรียงไฟล์อยู่นั้น ต้องให้เรียงไฟล์เสร็จก่อน จึงสามารถออกจากวินโดวส์ได้ ถึงแม้ในโปรแกรม Disk Defragmenter จะมีปุ่มคลิก Stop ก็ตาม ไม่สมควรออกก่อนที่จะเรียงไฟล์เสร็จ เพราะอาจทำให้ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เสียหายได้
และการใช้โปรแกรม Disk Defragmenter นี้ ควรทำตอนที่ Restart เข้าวินโดวส์ใหม่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้การเรียงข้อมูลเสร็จเร็วขึ้นกว่า หลังการเปิดใช้โปรแกรมอื่นแล้วค่อยมาเรียงข้อมูล
วิธี :
1. คลิก Start >>  Programs >> Accessories >> System Tools >> Disk Defragmenter
2. เลือกไดรว์ที่จะให้จัดเรียงไฟล์  แล้วคลิก OK โปรแกรม Disk Defragmenter จะเริ่มทำงาน และเมื่อเรียงไฟล์เสร็จแล้ว ค่อยคลิกออก


09. System Resources (ทรัพยากรระบบ)
ความหมาย :
ระบุร้อยละของทรัพยากรระบบที่ว่าง ถ้าจำนวนนี้ค่าน้อยเกินไป คอมพิวเตอร์ของคุณจะปฎิบัติงานช้าลง และถ้าจำนวนนี้มีค่าน้อยมาก โปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่จะไม่มีเสถียรภาพ คุณจะไม่สามารถเปิดโปรแกรมใหม่ได้
การที่มีค่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการติดตั้งโปรแกรม ถ้าติดตั้งโปรแกรมไว้มาก ทรัพยากรจะถูกใช้ไปมาก ค่าจะเหลือน้อย ดังนั้นจึงควรติดตั้งโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ประจำเท่านั้น
และทรัพยากร ยังขึ้นอยู่กับการเปิดโปรแกรม หมายถึง ถ้าเปิดหลายๆโปรแกรม ทรัพยากรก็จะถูกใช้ไปมากด้วย ถ้าปิดโปรแกรม ทรัพยากรจะคืนกลับมา แต่ก็มีบางโปรแกรมที่ออกแบบมาไม่ดี คือเมื่อปิดโปรแกรมแล้ว จะไม่คืนทรัพยากรให้
วิธีเปิดดู :
ให้ทำหลังจากที่ได้ Restart เข้าวินโดวส์ใหม่ เพื่อดูค่าสุทธิแท้จริง ค่ามาตรฐาน 80 % ขึ้นไป ถ้าค่าต่ำกว่านี้ การทำงานของวินโดวส์จะช้าลง
คลิกขวาเมาส์ที่ My Computer >> เลือก Properties >> คลิกแท็ป Perfomance >> ดูแถว System Resources
วิธีแก้ไข :
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปิดหลายๆโปรแกรมได้ในเวลาเดียวกัน หรือคอมพิวเตอร์ทำงาน ช้ามาก
1. คลิก Start >> Run >> ในช่อง Open ให้พิมพ์ msconfig แล้วกดที่คีย์บอร์ด Enter
2. กรอบหน้าต่าง System Configuration Utility ตรงแท็ป General ให้คลิกเลือกแถว Selective startup
3. ตรงช่อง Process Win.ini file ให้ช่องว่างไว้ ตามรูปล่าง
คอมฯแรง  เน็ตเร็ว
หัวข้อเรื่อง
01. การเสียบปลั๊กไฟให้ถูกขั้ว
02. Startup Disk
03. การตรวจและกำจัดไวรัสคอมฯ
04. System File Checker
05. Ad-aware โปรแกรมกำจัดไฟล์สปาย
06. EasyCleaner
07. RegClean
08. Disk Defragmenter

09. System Resources (ทรัพยากรระบบ)
10. Windows Update เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวินโดวส์
11. Internet Options กับการตั้งค่าอย่างถูกต้อง
12. ปรับแต่ง Windows98 ให้ทำงานได้เร็วขึ้น
13. ข้อควรปฎิบัติประจำวัน
14. บทสรุปเพิ่มเติม
15. Modem 56k แต่วิ่งถึง 115.2k
4. คลิกที่แท็ป Startup จากนั้นติ๊ก ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมแถวต่อไปนี้ internat.exe , ScanRegistry , TaskMonitor , LoadPowerProfile  ส่วนช่องอื่นๆให้ปล่อยว่างไว้ ตามรูปล่าง