| เพิ่มความเร็ว Windows XP (Last Update 2009-09-14) |
| เพิ่มความเร็ว Windows XP |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| เพิ่มความเร็วการทำงาน Windows XP โดยยังรักษาเสถียรภาพ |
![]() |
| 1. ลดการแสดงผลภาพเอ็ฟเฟคท์ (Visual Effects) เริ่มด้วยคลิก Start>> คลิกขวาเมาส์ชี้ที่ My Computer>> แล้วคลิกเลือก Properties ตามรูปข้างล่าง |
| เพิ่มความเร็ว Windows XP |
![]() |
| คลิก Properties รูปบน จะมารูปล่าง (System Properties) เมื่อคลิกแท็ป Advanced>> ตามด้วยคลิก Settings ในส่วนของ Performance ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| คลิก Settings (ในส่วนของ Performance) รูปบน จะมารูปล่าง คลิกต่อที่แท็ป Visual Effects>> คลิกเลือกวงกลมเล็กแถว Custom:>> จากนั้น ติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ติ๊กเฉพาะสี่แถวที่เห็น ส่วนสี่เหลี่ยมช่องอื่น ให้ว่างไว้ ตามรูปล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม การแสดงผลภาพเอ็ฟเฟคท์ ทำได้โดยการ คลิกเลือกวงกลมเล็กแถว Let Winddows choose what's best for my computer จากนั้น ติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็กทั้งหมด |
![]() |
| หัวข้อต่อไปนี้ไม่แนะนำให้ทำ เพียงต้องการให้รู้ถึงวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความเร็ว Windows XP 13. เพิ่มความเร็วและตัดการ restart อัตโนมัติ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดใดขึ้น วินโดว์จะแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วจะต้อง restart เข้าวินโดว์ใหม่ มาดูวิธีเพิ่มความเร็วและตัดการ restart อัตโนมัติ ที่ System Properties คลิกแท็ป Advanced>> ตามด้วยคลิก Settings ในส่วนของ Startup and Recovery ตามรูปข้างล่าง |
| คลิก Settings (ในส่วนของ Startup and Recovery) รูปบน จะมารูปล่าง ติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ติ๊กเฉพาะสามแถวที่เห็น ส่วนสี่เหลี่ยมช่องอื่น ให้ว่างไว้>> ในส่วนของ Write debugging information เลือกที่แถว Small memory dump (64 KB) >> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม ตัดการ restart อัตโนมัติ ทำได้โดยการ ติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็กทั้งหมด แถว Time to display list of operating system: เลือกเป็น 30 seconds ในส่วนของ Write debugging information เลือกที่แถว Small memory dump (64 KB) คงไว้ไม่ต้องเปลี่ยน |
![]() |
| 2. ตัดรายงานข้อผิดพลาด ยกเว้นให้รายงานเฉพาะที่สำคัญเท่านั้น ที่ System Properties คลิกแท็ป Advanced>> ตามด้วยคลิก Error Reporting ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| ในส่วนของ Error Reporting ติ๊กเลือกวงกลมแถว Disable error reporting กับติ๊กที่ช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถว But notify me when critical error occur>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม รายงานข้อผิดพลาด ทำได้โดยการ ติ๊กเลือกวงกลมแถว Enable error reporting กับติ๊กที่ช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถว windows operating system และที่ Programs |
![]() |
| 3. ยกเลิก System Restore System Restore ทำหน้าที่คืนค่าการทำงานของ ช่วงเวลาปลอดภัย ที่คอมพิวเตอร์ทำงานปรกติ หมายถึง หากคอมพิวเตอร์มีปัญหา ลองใช้ System Restore เพื่อกลับไปช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์ทำงานปรกติ แต่อาจไม่ได้ผล หาก Log file ของ System Restore ไฟล์เกิดเสียหาย หรือสูญหาย วิธีที่ดีที่สุด ได้ผลเต็มร้อย ต้องใช้ซอฟแวร์ Norton Ghost 2003 (for dos) และยังพบปัญหาอีกอย่างที่ System Restore คือ เป็นที่ซ่อนตัวอย่างดีของสปายแวร์ หรือไฟล์แปลกปลอม รวมทั้งไวรัสต่างๆ เพราะเมื่อเข้ามาแอบใน System Restore แล้ว ถึงแม้จะตรวจพบ ก็ไม่สามารถลบไฟล์ก่อกวนเหล่านี้ออกไปได้ ด้วยวินโดว์จะป้องกันไม่ให้ลบไฟล์ใน System Restore ดังนั้น จึงควรยกเลิก System Restore จะช่วยเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ขึ้นอีกมาก อีกทั้งการทำงานของวินโดว์จะเร็วขึ้นด้วย ยกเลิกโดยติ๊กแท็ป System Restore>> คลิกทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็ก แถว Turn off System Restore on all drives>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม System Restore ทำได้โดยการ คลิกเอาเครื่องหมาย ถูก ออกจากช่องสี่เหลี่ยมเล็ก แถว Turn off System Restore on all drives |
![]() |
| 14. ยกเลิก Automatic Updates เพื่อป้องกันไม่ให้ Automatic Updates รันในเวลาเดียวกันกับโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ ซึ่งอาจทำให้คอมฯค้าง โดยยังไม่ได้เซฟไฟล์งานที่ทำ เอา Automatic Updates ไว้อัพเดทด้วยตัวเองดีกว่า จะยกเลิก Automatic Updates โดยคลิกที่ Automatic Updates (ในส่วนของ System Properties)>> และคลิกวงกลมเล็กแถว Turn off Automatic Updates >> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| จากรูปบน เมื่อคลิก OK แล้วมาดูต่อ เพราะหากทำแล้ว จะไม่สามารถ Windows Update หรือถ้าจะทำเพื่อต้องการเพิ่มความเร็วก็ย่อมทำได้ แล้วเมื่อไรที่ต้องการจะ Windows Update ก็ค่อยมาคืนค่าเดิมโดยติ๊ก ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถว Automatic Updates แต่เมื่อคืนค่าเดิมแล้ว สำคัญต้องรีบูทเข้าวินโดว์ใหม่ด้วย จึงจะ Windows Update ได้เป็นปรกติ โดยคลิก Start>> คลิก Run>> ที่กรอบ Run พิมพ์ msconfig ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| จากรูปบน เมื่อพิมพ์ msconfig ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK ก็มาต่อที่รูปล่าง ในส่วนของ System Configuration Utility คลิกแท็ป Services>> เอาเครื่องหมาย ถูก ออกจากช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถว Automatic Updates>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม Automatic Updates ทำได้โดยการ คลิกวงกลมเล็กแถว Automatic (recommended) (ในส่วนของ System Properties) กับติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถว Automatic Updates (ในส่วนของ System Configuration Utility) |
![]() |
| 4. ยกเลิกโปรแกรม Startup (หรือ Starting programs) ที่ไม่จำเป็น Startup ก็คือโปรแกรมที่เปิดขึ้นมาทำงานอัตโนมัติตอนที่บูทเข้าวินโดว์ โดยโปรแกรมเหล่านั้นถูกสั่งให้ทำงานโดย registry เข้าโดยคลิก Start>> Run...>> แล้วพิมพ์ msconfig จะเปิดกรอบ System Configuration Utility>> คลิกแท็ป Startup>> เอาเครื่องหมาย ถูก ออกจากช่องสี่เหลี่ยมเล็ก แถวที่ต้องการยกเลิก>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง ถ้ารายการใน Startup มีมากเท่าไร System Resources (ทรัพยากรระบบ) ก็จะถูกใช้ไปมาก จนบางครั้งเหลือน้อย ไม่พอรันโปรแกรมอื่น หรือแม้กระทั่งโปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่ก่อนแล้ว อาจทำงานรวน หรือไม่สามารถทำอะไรได้ หนักกว่านั้น คือคอมพิวเตอร์ค้าง วิธีดีที่สุด โดยเลือกรายการให้น้อยสุด ที่ต้องการให้รันอัตโนมัติใน Startup แต่จะเลือกโดยสังเกตอย่างไรนั้น แบบง่ายๆให้เอาเครื่องหมาย ถูก ออกจากช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถวของรายชื่อโปรแกรมที่ไม่ต้องการ แถวรายการใด ถ้าไม่แน่ใจ อย่าติ๊ก ถูก ออก เพราะอาจทำให้บูทเข้าวินโดว์ไม่ได้ หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม Starting programs ทำได้โดยการ ติ๊กทำเครื่องหมาย ถูก กลับคืนในช่องสี่เหลี่ยมเล็กแถวที่เอาออก |
![]() |
| 15. เพิ่มความเร็วประมวลผลโปรแกรม เพราะจะมีผลทำให้วินโดว์ Shutdown เร็วขึ้น โดยที่ยังไม่ทันเซฟไฟล์ระบบให้เสร็จ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เริ่มด้วยคลิก Start>> คลิก Run>> ที่กรอบ Run พิมพ์ regedit ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| จากรูปบน เมื่อพิมพ์ regedit ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK ก็มาต่อที่รูปล่าง ในส่วนของ Registry Editor คลิก HKEY_CURRENT_USER>> คลิก Control Panel>> คลิก Desktop จะปรากฏหน้าต่างทางขวามือขึ้นมา>> คลิกขวาเมาส์ชี้ที่ HungAppTimeout>> เลือก Modify จะปรากฏกรอบ Edit String>> เปลี่ยนค่าในช่อง Value data: จากค่าเดิม 5000 เป็น 1000>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| และในส่วนของ Registry Editor....Desktop ที่เดียวกับรูปบน คลิกขวาเมาส์ชี้ที่ MenuShowDelay>> เลือก Modify จะปรากฏกรอบ Edit String>> เปลี่ยนค่าในช่อง Value data: จากค่าเดิม 400 เป็น 0>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม ความเร็วประมวลผลโปรแกรม ทำได้โดยการ เปลี่ยนเป็นค่าเดิม เช่น 1000 ค่าเดิม คือ 5000 และ 0 ค่าเดิม คือ 400 |
![]() |
| 16. เพิ่มความเร็ว Shutdown เพราะวินโดว์ต้องใช้เวลาสักระยะในการเซฟไฟล์ระบบ ไว้เปิดวินโดว์ในครั้งต่อไป ในส่วนของ Registry Editor คลิก HKEY_LOCAL_MACHINE>> คลิก SYSTEM>> คลิก CurrentControlSet>> คลิก Control จะปรากฏหน้าต่างทางขวามือขึ้นมา>> คลิกขวาเมาส์ชี้ที่ WaitToKillServiceTimeout>> เลือก Modify จะปรากฏกรอบ Edit String>> เปลี่ยนค่าในช่อง Value data: จากค่าเดิม 20000 เป็น 5000>> เสร็จแล้วคลิก OK ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม ความเร็ว Shutdown ทำได้โดยการ เปลี่ยนเป็นค่าเดิม จาก 5000 ค่าเดิม คือ 20000 |
![]() |
| 17. เพิ่มความเร็วในการเปิดหน้าต่าง เพราะจะมีผลกับเมนู All Programs ดูสับสนเวลาจะเปิดสักโปรแกรม ถ้าชอบ ก็สามารถใช้ได้ แต่ควร backup ไฟล์ registry ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อสามารถคืนกลับค่าเดิมได้ วิธี backup ไฟล์ registry ทำได้โดยการ พิมพ์ regedit ที่ Run... และเมื่อเปิดกรอบ Registry Editor ขึ้นมา ให้คลิกเมนู File ตามด้วยคลิก Export จากนั้นเซฟไฟล์ของ registry backup เป็นชื่อไฟล์อะไรก็ได้ เก็บไว้ และหากต้องการคืนค่าเดิมของ registry ก็ทำแบบเดิม ต่างกันตรงแทนที่จะคลิก Export ให้คลิกที่ Import จากนั้นเลือกไฟล์ที่ได้เซฟไว้ มาดูวิธีเพิ่มความเร็วในการเปิดหน้าต่าง ในส่วนของ Registry Editor คลิก HKEY_LOCAL_MACHINE>> คลิก SOFTWARE>> คลิก Microsoft>> คลิก Windows>> คลิก CurrentVersion>> คลิก Explorer>> คลิก RemoteComputer>> คลิก NameSpace>> คลิกขวาเมาส์ชี้ที่ {D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF}>> แล้วเลือกคำสั่ง Delete ลบค่านี้ออกไป>> คลิก Yes ยืนยัน Delete แล้ว restart เข้าวินโดว์ใหม่ ตามรูปข้างล่าง หมายเหตุ: หากต้องการคืนค่าเดิม ความเร็วในการเปิดหน้าต่าง ทำได้โดยการ Import ไฟล์ registry backup ที่ได้เซฟไว้ |
![]() |
| 5. Virtual Memory Paging File สร้างหน่วยความจำเสมือน โดยใช้พื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสก์ ช่วยให้การใช้หน่วยความจำได้มากกว่าที่เครื่องมีอยู่ เป็นต้นว่า คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำหลัก 8 เมกะไบต์ แต่สามารถใช้ได้เสมือนมีหน่วยความจำ 1 กิกะไบต์ เป็นต้น ทางเลือกการสร้าง paging file - สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี RAM 1 GB หรือมากกว่า ให้ยกเลิก paging file โดยคลิกเลือกแถว No paging file: ไม่ว่าจะไดร์ไหนก็ตาม ให้เป็น No paging file (ตามรูปข้างล่างข้อต่อไป) จะใช้ RAM โดยตรง ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานรวดเร็วและเสถียรกว่า - สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี RAM น้อยกว่า 1 GB ให้คลิกเลือกแถว System managed size: หรือกำหนดค่าโดยคลิกเลือกแถว Custom size: ตามรายละเอียดต่อไปนี้ ข้อกำหนด Paging File - หลีกเลี่ยงสร้างใน drive เดียวกันกับ windows นั่นหมายถึงไม่สร้างในไดร์ C เพราะปรกติวินโดว์จะติดตั้งไว้ที่ไดร์ C เหตุผลที่ไม่สร้างในไดร์เดียวกัน เพราะไดร์นั้นจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก วินโดว์จะทำงานเร็วขึ้น แต่ถ้ามีเพียงไดร์เดียว จะสร้างในไดร์ C ก็ได้ - ไม่สร้างในไดร์ mirrored volume (ไดร์จำลอง) หรือ RAID volume และไดร์ที่มีหลาย partitions สรุปต้องเป็นไดร์โดดๆทำงานอิสระเฉพาะตัว - ไม่ควรมีการ save ไฟล์หรือทำงานประจำในไดร์ที่ถูกเลือกสร้างเป็นไดร์ Paging File เพราะการเซฟและใช้งานประจำจะทำให้ Virtual Memory Paging File ทำงานช้า สรุปควรเป็นไดร์ที่เก็บข้อมูลไว้เฉยๆ และพื้นที่ว่างของไดร์นั้นอย่างน้อยต้องเหลือ 4096 MB (หรือ 4 GB กว่า) วิธีสร้าง 5.1. คลิกขวาเมาส์ที่ My Computer แล้วคลิกเลือก Properties (จะเปิดกรอบ System Properties) 5.2. (กรอบ System Properties)คลิกแท็ป Advanced ตามด้วยคลิก Settings ของ Performance (จะเปิดกรอบ Performance Options) 5.3. (กรอบ Performance Options)คลิกแท็ป Advanced ตามด้วยคลิก Change ของ Virtual memory (จะเปิดกรอบ Virtual Memory) ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
![]() |
| 19. Setup TCP/IP Properly (เฉพาะวินโดว์ XP เท่านั้น) ไปที่ Control Panel>> คลิกไอค่อน Network Connections>> คลิกขวาเมาส์ที่ไอค่อน Local Area Connection และเลือก Properties คลิก highlight แถว Internet Protocol (TCP/IP) และเลือก Properties>> คลิก Advanced>> ตามด้วย - ที่แท็ป IP Settings พิมพ์ 1 ในช่อง Interface metric - ที่แท็ป WINS เลือกแถว Disable NetBios over TCP/IP (เลือกแถวนี้ เมื่อไม่ได้แชร์ printer) ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
![]() |
| หัวข้อต่อไปนี้เมื่อตั้งค่าและทดลองใช้งาน ผลไม่มีความชัดเจน จึงสรุปอะไรไม่ได้ 18. ปรับแต่ง regedit เพิ่มความเร็ววินโดว์ ( ทำได้โดย คลิก Start>> คลิก Run>> พิมพ์ regedit ) ก่อนปรับแต่ง ควรสำรองไฟล์ regedit ไว้ กันผิดพลาด ( ทำได้โดย เปิด regedit ขึ้นมา คลิก File>> เลือก Export>> ตั้งชื่อไฟล์เป็นชื่ออะไรก็ได้) - SPEED UP NETWORK BROWSING: เปิด regedit ขึ้นมา ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE/Software/Microsoft/Windows/CurrentVersion/Explorer/RemoteComputer/NameSpace ลบ {D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF} - FASTER WEB PAGE LOADING: ไปที่ สำหรับ XP & 2K HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Tcpip\ServiceProvider สำหรับ 98, 98SE & ME HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\VxD\MSTCP\ServiceProvider ตั้งค่าตามนี้ ( เปลี่ยนได้โดย คลิกเมาส์ขวา และเลือก modify แถวที่ต้องการจะเปลี่ยน) Class = 8 DnsPriority = 1 HostsPriority = 1 LocalPriority = 1 NetbtPriority = 1 - DNS CACHE FIX ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Dnscache\Parameters ตั้งค่าตามนี้ "CacheHashTableBucketSize"=dword:00000001 "CacheHashTableSize"=dword:00000180 "MaxCacheEntryTtlLimit"=dword:0000fa00 "MaxNegativeCacheTtl"=dword:00000000 "MaxSOACacheEntryTtlLimit"=dword:0000012d "NegativeCacheTime"=dword:00000000 "NegativeSOACacheTime"=dword:00000000 "NetFailureCacheTime"=dword:00000000 วิธีสร้าง DWORD Value 1. คลิกขวาเมาส์ที่ Parameters>> New>> คลิก DWORD Value>> พิมพ์ชื่อที่ต้องการแทนที่ New Value #1 (ตัวอย่างเช่นพิมพ์ชื่อ MaxSOACacheEntryTtlLimit ที่ต้องการ ไปแทนที่ New Value #1 ที่สร้างขึ้นมาใหม่) 2. จากนั้นคลิกขวาเมาส์แถวที่ต้องการเปลี่ยนค่า (ตัวอย่างเช่นจะเปลี่ยนค่าแถว MaxSOACacheEntryTtlLimit)>> คลิก Modify 3. แล้วพิมพ์ค่าใหม่ (ตัวอย่างเช่นพิมพ์ค่าใหม่ของ MaxSOACacheEntryTtlLimit คือค่า 0000012d) ลงไปแทนที่ค่าเดิมในช่อง Value data: ตามรูปข้างล่าง |
| 5.4. (กรอบ Virtual memory) ที่ Drve [Volume Label] คลิกแถวไดร์ C: ตามด้วย - ถ้ามีไดร์เดียวคือไดร์ C ให้คลิกทำเครื่องหมายจุดในวงกลมเล็กแถว Custom size: และพิมพ์ค่าตัวเลขตามวิธีข้อ 10.5 จากนั้น restart หรือ - ถ้ามีหลายไดร์และต้องการสร้าง paging file ไว้ไดร์อื่นที่ไม่ใช่ไดร์ C ก่อนอื่นจะต้องยกเลิก paging file เดิมที่สร้างในไดร์ C โดยคลิกทำเครื่องหมายจุดในวงกลมเล็กแถว No paging file เพื่อยกเลิก ตามด้วยคลิก Set จากนั้น restart เข้าวินโดว์ใหม่ ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
![]() |
![]() |
| 5.5. (กรอบ Virtual memory) ที่ Drve [Volume Label] คลิกแถวไดร์ที่ต้องการสร้าง paging file ตามด้วย 5.5.1 คลิกทำเครื่องหมายจุดในวงกลมเล็กแถว Custom size: และสังเกตค่าตัวเลขข้างขวาแถว Space available: ต้องมีไม่น้อยกว่า 4096 MB จึงจะทำข้อต่อไปได้ ถ้ามีน้อยกว่า ต้องไปลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออก และอย่าลืม Empty Recycle Bin 5.5.2 พิมพ์ค่าตัวเลขลงในช่องแถว Initial size (MB): โดยมีหลักดังนี้ จำนวน RAM คูณด้วย 1.5 จะเป็นค่าของ Initial size - ตัวอย่างเช่น RAM 256 MB ค่า Initial size = 384 - ตัวอย่างเช่น RAM 512 MB ค่า Initial size = 768 - ตัวอย่างเช่น RAM 1024 MB (1 GB) ค่า Initial size = 1536 5.5.3 พิมพ์ค่าตัวเลขลงในช่องแถว Maximum size (MB): โดยมีหลักดังนี้ จำนวนค่า Initial size คูณด้วย 3 จะเป็นค่าของ Maximum size แต่ค่าสูงสุดมีได้ไม่เกิน 4096 MB - ตัวอย่างเช่น RAM 256 MB ค่า Initial size = 384 และค่า Maximum size = 1152 - ตัวอย่างเช่น RAM 512 MB ค่า Initial size = 768 และค่า Maximum size = 2304 - ตัวอย่างเช่น RAM 1024 MB (1 GB) ค่า Initial size = 1536 และค่า Maximum size = 4096 (ไม่ใช่ 4608 เพราะมีได้สูงสุดเพียง 4096) 5.5.4 เสร็จแล้วคลิก Set ตามด้วยคลิก OK ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| 6. Advanced Registry Doctor Pro ดู Optimize Your PC เครื่องมือเพิ่มความเร็วคอมพิวเตอร์ 7. SG TCP Optimizer เครื่องมือปรับแต่งอินเทอร์เน็ตให้เร็วขึ้น ใช้ได้กับโมเด็มทุกประเภท 8. Internet Options ตั้งค่าการเข้าเว็บไซต์ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น 9. Limit Reservable Bandwith เพิ่มความเร็วในการเล่นอินเทอร์เน็ต เริ่มด้วยคลิก Start>> คลิก Run>> ที่กรอบ Run พิมพ์ gpedit.msc ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK>> จะแสดงหน้าต่าง Group Policy ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates>> หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler>> มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith>> จะขึ้นหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties>> เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable>> ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0>> แล้วกด ok ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
![]() |
| 10. MTU (Maximum Transmission Unit) กำหนดค่าการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครื่อข่ายอย่างมีประสิทธิมากขึ้น เริ่มด้วยคลิก Start>> คลิก Run>> ที่กรอบ Run พิมพ์ regedit ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK>> HKEY_LOCAL_MACHINE>> SYSTEM>> CurrentControlSet>> Services>> Tcpip>> Parameters>> คลิกขวาที่ Parameters>> เลือก new>> DWORD Value>> ตั้งชื่อว่า EnablePMTUDiscovery>> แล้วดับเบิ้ลคลิก>> พิมพ์ค่าเป็น 1>> แล้วกด ok ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| 11. เปิดหน้าต่าง IE ให้ทำงานเร็วขึ้น เริ่มด้วยคลิก Start>> คลิก Run>> ที่กรอบ Run พิมพ์ regedit ในช่อง Open>> เสร็จแล้วคลิก OK>> HKEY_LOCAL_MACHINE>> Software>> Microsoft>> Windows>> CurrentVersion>> Explorer>> RemoteComputer>> NameSpace คลิกขวาที่โฟลเดอร์ D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF แล้ว delete ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| 12. DNS Server Addresses DNS เป็นคำย่อมาจาก Domain Name System ซึ่ง DNS นี้ มีความเกี่ยวข้องกับชื่อเว็บไซต์ หรือที่อยู่เว็บไซต์ในช่องแถว Address ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ ที่เกี่ยวข้องเพราะ DNS ทำหน้าที่เหมือน สมุดโทรศัพท์ ที่ใช้ค่าตัวเลข IP Address สั้นๆ แทนชื่อเว็บไซต์ ยาวๆ ในการติดต่อกับฐานข้อมูล server ปลายทางแต่ละครั้ง และ DNS จะใช้เวลาน้อยกว่า ในการประมวลผลเข้าถึง server จึงทำให้การ รับ-ส่ง ไฟล์ข้อมูล เร็วกว่า เสถียรกว่า อย่างต่อเนื่อง วิธีการใช้ DNS 12.1 หาค่า DNS ได้จากเว็บไซต์ของ ISP ต่างๆ 12.2 ตรวจสอบ DNS ที่ได้มา ใช้ได้จริงหรือไม่ โดยการพิมพ์ ping -t xxx.xxx.xxx.xxx (xxx คือค่าตัวเลขของ DNS) ลงใน Command Prompt แล้ว Enter ขยายความ พิมพ์คำ ping เคาะเว้นวรรคหนึ่งครั้ง แล้วพิมพ์ -t เคาะเว้นวรรคหนึ่งครั้ง แล้วพิมพ์ หมายเลขของ DNS เสร็จแล้วเคาะที่คีย์บอร์ด คีย์ Enter ีเปิด Command Prompt โดยคลิกเข้าไปที่ Start>> All Programs>> Accessories>> คลิกที่ Command Prompt รูปข้างล่างนี้ จะเป็นการสมมุติ ยกตัวอย่างแสดง DNS ที่ใช้ได้จริง กับที่ใช้ไม่ได้ จากการตรวจสอบด้วยคำสั่ง ping -t |
![]() |
![]() |
| 12.3 เมื่อได้ค่า DNS ที่ใช้ได้จริง อย่างน้อยต้องหามาให้ได้สองค่า เพราะต้องใส่ในช่องแถว Preferred DNS server กับช่องแถว Alternate DNS server จำเป็นต้องใช้สองค่า เผื่อค่าใดมีปัญหา วินโดว์จะเปลี่ยนไปใช้อีกค่าที่ดีแทน จากนั้น ก็มาทดสอบความเร็ว DNS โดยให้ความเร็วสุดอันดับหนึ่งไปใส่ไว้ในช่องแถว Preferred DNS server และความเร็วรองเป็นอันดับสอง ไปใส่ไว้ในช่องแถว Alternate DNS server เพราะวินโดว์จะใช้แถว Preferred DNS server ก่อน ตรวจสอบความเร็ว DNS โดยการพิมพ์ tracert xxx.xxx.xxx.xxx (xxx คือค่าตัวเลขของ DNS) ลงใน Command Prompt แล้ว Enter ขยายความ พิมพ์คำ tracert เคาะเว้นวรรคหนึ่งครั้ง แล้วพิมพ์ หมายเลขของ DNS เสร็จแล้วเคาะที่คีย์บอร์ด คีย์ Enter รูปข้างล่างนี้ จะเป็นการสมมุติ ยกตัวอย่างแสดง DNS ที่ เร็วอันดับหนึ่ง กับเร็วอันดับสอง และที่ใช้ไม่ได้ |
![]() |
![]() |
![]() |
| 12.4 นำค่า DNS เร็วสุดอันดับหนึ่งไปใส่ไว้ในช่องแถว Preferred DNS server และความเร็วอันดับสอง ไปใส่ไว้ในช่องแถว Alternate DNS server ของ Internet Protocol (TCP/IP) Properties ตามตัวอย่างรูปข้างล่าง |
![]() |
| 12.5 ตัวอย่าง DNS
แนะนำ OPENDNS สามารถใช้แทนได้ทุก ISP 208.67.222.222 (resolver1.opendns.com) 208.67.220.220 (resolver2.opendns.com) |