คลิกกลับหน้าแรก โฮมเพจ
นานาสาระ
นานาสาระ
หน้า  l  123456789101112 l  13  I
128. ปัญหาเหตุและผล
ในวิชาส่งเสริมความรู้ด้านทักษะ คุณครูได้อธิบายความหมายของคำ ทักษะ คือ ความชำนาญ
พร้อมกันนั้นคุณครูได้หยิบกล่องออกมาจากถุงหิ้ว สภาพกล่องยังใหม่ ข้างกล่องมีอักษรไทยพิมพ์ไว้ว่า ปืนไฟฟ้า
จากนั้น คุณครู "ในกล่องนี้บรรจุของเล่น เป็นปืนไฟฟ้าแยกชิ้นส่วน ที่ต้องนำมาประกอบกันเข้าด้วยกัน และเสียบไฟฟ้าบ้าน จึงจะใช้ได้.....ปัญหาคือ.....ครูต้องการให้นักเรียนทุกคนในชั้น ป.6/1 นี้ ช่วยกันแก้ไขงานที่มอบให้ และอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ครูจะกลับมา ดูผลงาน"
นักเรียนรับกล่องจากคุณครู แล้วแกะกล่อง ช่วยกันนำชิ้นส่วนปืนไฟฟ้าประกอบกันเข้า
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงคุณครูกลับมาห้อง ป.6/1 แล้วถามงานที่มอบให้ ได้ผลอย่างไร
คำตอบจากนักเรียน คือ ยังประกอบไม่เสร็จ
คุณครู "ครูเอาปืนไฟฟ้ากลับก่อน ใครมีข้อสงสัยจะถามหรือป่าว"
นักเรียนทุกคนต่างทำหน้าฉงน อ้าปากค้าง ดูเหมือนสงสัยมาก อยากจะถาม แต่คงนึกไม่ออกว่าจะถามอะไรก่อน
คุณครูจึงสรุป "เอาเป็นว่า ใครทำงานที่มอบให้นี้สำเร็จ ครูจะมาบอกให้ทราบ"
รุ่งขึ้นวันต่อมา
ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เข้าสอนห้อง ป.6/2
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง คุณครูกลับมาดูผลงานที่มอบไว้
คำตอบจากนักเรียนก็เหมือนห้อง ป.6/1 คือยังประกอบไม่เสร็จ แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะ
นักเรียน "คือ...ผมสงสัยมากครับ แต่ไม่รู้จะเริ่มพูดปัญหาไหนก่อน"
คุณครู มองนาฬิกา แล้วพูด "ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ก่อนที่คุณครูท่านอื่นจะมาเข้าสอน มีปัญหาใดถามมาได้ครับ"
นักเรียน "ผมสงสัยประกอบปืนไฟฟ้าตอนที่ต้องเอาเฟืองไปติดตรงแกนมอเตอร์ โดยมีแกนสองด้าน ปัญหาอยู่ที่ไม่รู้จะเข้าเฟืองที่แกนด้านไหนก่อน ตราบใดที่มอเตอร์ไม่หมุน และที่สำคัญ ไฟฟ้าดับก่อนที่คุณครูจะเข้ามาสอนตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าไม่มีไฟฟ้า ต่อให้ใช้เวลาเป็นวัน หรือมากกว่า หรือช่วยกันหลายคน ก็ไม่สามารถประกอบเสร็จครับ"
คุณครู "ถูกต้อง เก่งมาก นี่คือคำตอบที่ครูต้องการ ถึงแม้จะประกอบปืนไฟฟ้าเสร็จ โดยการเดา หรือสุ่ม กระทั่งใส่เฟืองตัวปัญหาเข้าแกนได้ถูกที่ ก็ไม่ใช่คำตอบของปัญหา หรืออีกนัยคือแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ไม่รู้ต้นเหตุของปัญหาจริง เพราะปัญหาจริง คือไฟฟ้าที่จะมาหมุนตัวมอเตอร์"
นักเรียน "ไม่เข้าใจอีกเรื่องครับ ทำไมบังเอิญจัง ไฟฟ้าดับวันนี้ ทำให้เป็นปัญหาไม่รู้ทิศทางหมุนของตัวมอเตอร์"
คุณครูอมยิ้มนิดๆ "ครูขออนุญาตคุณครูใหญ่ให้ช่วยปิดไฟฟ้าอาคารเรียนชั้น ป.6 ประมาณชั่วโมงกว่า เวลาที่ครูเข้าสอนวิชานี้ เหตุผลก็คือ สอดคล้องกับปัญหา ให้รู้จักสืบค้นต้นเหตุปัญหาที่แท้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด"
คุณครูหน้าตาสดชื่นขึ้นมาก กล่าวต่อ "ครูขอมอบของเล่นปืนไฟฟ้านี้ให้กับเธอเป็นรางวัล เพราะคงเอาไปสอนชั้นอื่นไม่ได้ ต่างรู้คำตอบกันแล้วนี่"
คุณครูสรุปต่อ "คนเก่ง ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งหรือความจำดี แต่สามารถเข้าใจปัญหาและแก้ไขปัญหาได้ลุล่วง.....ถ้าคนเก่งเป็นคนดีของสังคมด้วย จะเป็นบุญกุศลต่อตระกูล"


129. เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ
มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
- มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
- ถอนคันเร่งออก
- ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
- แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน
- ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์ รถจะไม่เกาะถนน รถจะลอยตัว และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลัก เพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ขาดจากเพลา
- ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
- เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
- เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

*** ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด *** คือ
ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม
เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ
และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนองตรงกันข้าม
หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ
พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้
้เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว

ความเร็วที่ถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ
ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง


130. เมื่อรถตกน้ำ
ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ ก็ตาม
รถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที เหมือนหิน ตกน้ำ
แต่จะค่อยๆจมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่าง และในนาทีวิกฤตนี้
ควรตั้งสติให้ดีและปฏิบัติดังต่อไปนี้
- ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
- อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
- ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
- ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
- หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน! ในรถและนอกรถให้เท่ากัน มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
- เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
- จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำ เพราะว่ามืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ
กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่า
ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใดให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำ

นอกจากนั้น ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆนั้น ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน
ดังนั้นหากท่านปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ในยามคับขัน


131. สรุปหมายเลขหมวดมือถือ
01-0xxxxxx ---> AIS
01-100-149 --> DPC / 01-170-199 --> AIS
01-200xxxx ACeS
01-205-209 --> DTAC / 01-240-244 --> DPC / 01-250-299 --> AIS
01-300-309 --> DTAC / 01-310-339 --> DPC / 01-340-349 --> DTAC
01-350 , 01-351 , 01-354 , 01-356 --> Hutch
01-360-389 --> AIS
01-390-399 --> DTAC
01-4xxxxxx ---> DTAC
01-500-529 --> DPC / 01-530-599 --> DTAC
01-6xxxxxx ---> DTAC / ยกเว้น 01-610 , 01-617 , 01-624 ,01-630, 01-656 --> DPC
01-700-709 --> AIS / 01-710-719 --> DTAC / 01-720-799 --> AIS
01-8xxxxxx ---> AIS
01-9xxxxxx ---> AIS

09-0xxxxxx ---> AIS
09-1xxxxxx ---> Orange
09-2xxxxxx ---> AIS
09-3xxxxxx ---> Thaimobile 1900
09-4xxxxxx ---> DTAC
09-5xxxxxx ---> AIS
09-6xxxxxx ---> DTAC
09-7xxxxxx ---> DTAC
09-8xxxxxx ---> AIS
09-9xxxxxx ---> AIS

06-0xxxxxx ---> AIS
06-1xxxxxx ---> AIS
06-2xxxxxx ---> AIS / 06-298xxxx --> Hutch
06-3xxxxxx ---> Hutch
06-4xxxxxx ---> Orange
06-5xxxxxx ---> Orange
06-6xxxxxx ---> Orange
06-700-749 --> Orange / 06-750-799 --> DTAC
06-8xxxxxx ---> DTAC
06-9xxxxxx ---> DTAC

07-0xxxxxx ---> AIS
07-1xxxxxx ---> AIS
07-2xxxxxx ---> AIS
07-8xxxxxx ---> AIS
07-9xxxxxx ---> AIS

05-0xxxxxx ---> DTAC
05-1xxxxxx ---> DTAC
05-2xxxxxx ---> DTAC

04-0xxxxxx ---> Orange
04-70xxxxx ---> AIS


132. แบตเตอรี่มือถือ
Ni-CD (Nickel-cadmium) แบบนิกเกิล-แคดเมียม : ควรใช้ให้หมดก่อน แล้วค่อยชาร์จ
Ni-MH (Nickel-metal hydride) แบบนิกเกิล-เมธัล ไฮไดร์ด : ควรใช้แบตเตอรี่จนเครื่องแสดงข้อความ " LOW BATTERY " จึงนำไปชาร์จ
Li-ION (Lithium-ion) แบบลิเธียม-ไอออน : สามารถชาร์จไฟได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่ใกล้หมด

ข้อแนะนำการใช้แบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การใช้แบตเตอรี่ครั้งแรก จำเป็นต้องชาร์จทิ้งไว้ 8-16 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นเซลแบตเตอรี่
ยกเว้นแบตเตอรี่ของ commy เนื่องจากมีการกระตุ้นเซลแบตเตอรี่จากโรงงานมาแล้ว ให้ชาร์จไฟปกติ จนกระทั่งแบตเตอรี่เต็มก็สามารถนำไปใช้งาน
2. ห้ามชาร์จนานข้ามคืน เพราะมิได้ทำให้แบตเตอรี่เก็บประจุไฟนานกว่าปกติแต่อย่างใด ตรงข้ามจะทำให้แบตเตอรี่บวม และเสื่อมไว
3. แบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟแล้ว หากไม่ได้นำมาใช้งานเกิน 30 วัน พลังงานจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ก่อนนำไปใช้งาน จึงควรชาร์จอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และนำไปใช้จนหมด ควรปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง
4. ต้องปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ก่อนถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง

วิธีการทำแบต เก่า ให้ใหม่ ขึ้น 80%
1. นำแบตเตอรี่นั้น ห่อหนังสือพิมพ์ให้มิดชิด แล้วนำไปใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่นหนา เพื่อกันความชื้นเข้า
2. นำไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น 3 วันเต็ม
3. เอาออกมา โดยยังไม่ต้องแก้ถุง และไว้ที่อุณหภูมิห้องอีก 2 วัน
4. พอครบแล้ว ให้แก้ที่มัดไว้ออก นำไปชาร์ตแบตจนเต็มอีกครั้ง แบตเตอรี่ก็จะมีสภาพใช้ได้ดีขึ้นถึง 80% เลยทีเดียว
ข้อมูลมาจาก คำแนะนำของวิศวกรในโรงงานทำแบตเตอรี่ และ www.commy4u.com
คลิกกลับหน้าสารบัญนานาสาระ