คลิกกลับหน้าสารบัญ คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต
คลิกกลับหน้าแรก โฮมเพจ
คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต
คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต
หน้า  l 1 l 2 l 3 l
32. ระบบNTFSกับFAT32
NTFS (NT File System)
เป็นระบบสำหรับ Windows NT โดยเฉพาะ ระบบนี้ไม่มีใน Windows 95,98 NTFS ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ สนับสนุนการ Compression (ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้ถึง 40%-50%) และระบบ Cluster (ตรวจสอบและแก้ไข Bad Sector ให้อัตโนมัติ) ส่วนจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ NTFS คือเรื่อง Security ซึ่งมีมากกว่าระบบ FAT ทั่วๆไป กล่าวคือเราสามารถกำหนดระบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนว่า สามารถดูไฟล์ โฟลเดอร์ ไหนๆ ได้บ้าง ไฟล์ไหนดูได้อย่างเดียว ห้ามแก้ไข หรือห้ามลบทิ้ง เป็นต้น

Fat 32
ตั้งแต่ที่เราเริ่มใช้ระบบปฏิบัติการดอส มานั้น พีซีได้ทำการเก็บและเรียกใช้แฟ้มข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ด้วยระบบการจัดเก็บแฟ้มข้อมูลที่เรียกว่า FAT(File Allocation Table)

หลักการของ FAT คือจะแบ่งฮาร์ดดิสก์ออกเป็นคลัสเตอร์ หรือกลุ่มของไซต์ จากนั้น ก็เก็บข้อมูลเข้าในคลัสเตอร์ดังกล่าวทีละบิต
เมื่อโปรแกรมต้องการจะเรียกใช้แฟ้มข้อมูล FAT จะค้นหาตำแหน่งของคลัสเตอร์ทั้งหมด ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่
ขนาดของคลัสเตอร์จะขึ้นอยู่กับขนาดของฮาร์ดดิสก์ ยิ่งฮาร์ดดิสก์มีความจุมาก คลัสเตอร์ก็จะมีขนาดใหญ่มาก ตัวอย่างเช่น ถ้าฮาร์ดดิสก์มีขนาด 32 เมกะไบต์ คลัสเตอร์ก็จะมีขนาด 512 ไบต์ แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ 2 กิกะไบต์ คลัสเตอร์ก็จะมีขนาด 32 กิโลไบต์ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือ คลัสเตอร์แต่ละอัน จะสามารถเก็บข้อมูลจากแอพพลิเคชันเดียว หรือแฟ้มข้อเดียวเท่านั้น หากเราจัดเก็บข้อมูลไม่เต็มคลัสเตอร์ ส่วนที่เป็นพื้นที่ว่างของคลัสเตอร์นั้น ก็จะสูญเปล่า ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีคลัสเตอร์ขนาด 16 กิโลไบต์ ต้องการเก็บแฟ้มข้อมูลขนาด 42 กิโลไบต์ เราต้องใช้ทั้งหมด 3 คลัสเตอร์ โดย 2 คลัสเตอร์แรกจะใช้พื้นที่เต็ม 100% แต่คลัสเตอร์สุดท้ายจะเหลือพื้นที่ว่างที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีก 6 กิโลไบต์
FAT16 มีปัญหาอยู่ 2 ประการคือ ประการแรก ไม่สามารถจัดการกับฮาร์ดดิสก์ที่ใหญ่กว่า 2 กิกะไบต์ โดยไม่ต้องแบ่งพาร์ติชันได้ นั่นคือ ถ้า ฮาร์ดดิสก์ของคุณมีความจุมากกว่า 2 กิกะไบต์ ดอสจะมองไม่เห็น คุณก็จะต้องแบ่งออกเป็นส่วนๆ และมองว่า เป็นคนละไดรว์
ปัญหาประการที่สอง ก็คือ คลัสเตอร์ มีขนาดใหญ่ ทำให้เสียเนื้อที่โดยเปล่าประโยชน์ ตัวอย่างเช่น ในฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุ 512 เมกะไบต์ ชอร์ตคัตที่อยู่บนเดสก์ทอป ขนาด 277 ไบต์ จะใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บถึง 16 กิโลไบต์
FAT32 จะเป็นสิ่งที่ช่วยเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ FAT32 สามารถจัดการกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 กิกะไบต์ โดยไม่จำเป็น จะต้องแบ่งพาร์ติชัน และคลัสเตอร์ก็มีขนาดเล็กกว่าด้วย ในฮาร์ดดิสก์ 2 กิกะไบต์ จะมีคลัสเตอร์ขนาด 4 กิโลไบต์ แทนที่จะเป็น 32 กิโลไบต์ เหมือน FAT16 ซึ่งนั่นก็น่าจะหมายถึง การที่เราสามารถใช้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ได้เกิดประโยชน์มากขึ้น
มีผู้ทดสอบวินโดวส์ 98 เวอร์ชันเบต้า ที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ 1.6 กิกะไบต์ รายงานเข้ามาว่า หลังจากที่ใช้ FAT32 พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ของเขาเหลือ มากกว่าตอนที่ใช้ FAT16 ถึง 200 เมกะไบต์ทีเดียว

ระบบโครงสร้างไฟล์ของระบบปฏิบัติการต่างๆ
- FAT(File Allocation Table) เป็นระบบไฟล์แบบเก่า ระบบปฏิบัติการแทบทุกตัวมักรู้จัก ข้อเสียคือไม่สามารถรองรับพาร์ทิชั่นได้เกิน 2 GB.
- VFAT(Virtual File Allocation Table) ลักษณะคล้าย FAT แต่รองรับการใช้ชื่อไฟล์แบบยาว
- HPFS(High Performance File System) มีประสิทธิภาพสูงคล้าย NTFS แต่ใช้กับระบบปฏิบัติการ OS/2 เพียงตัวเดียว
- NTFS(NT File System) ออกแบบมาเพื่อรองรับ Windows NT มีประสิทธิภาพในการใช้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ได้ดีกว่า FAT มีความปลอดภัย เหมาะกับการใช้สำหรับเครื่อง Server
- FAT32(32 bit Fat Allocation Table) ออกแบบมาพื่อแก้ปัญหาการที่ FAT ไม่สามารถรองรับพาร์ทิชั่นได้เกิน 2 GB. เหมาะกับการเก็บข้อมูลปริมาณมาก มีข้อเสียตรงระบบปฏิบัติการของไมโครซ็อฟท์รุ่นก่อนไม่สามารถใช้ได้ เช่น ดอส วินโดว์ 3.1 วินโดว์ 95

สรุปปัญหาฮาร์ดดิสก์ขนาดต่างๆ
- ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดมากกว่า 504 Mb. จะมีปัญหากับ Mainboard รุ่นเก่าที่ BIOS ไม่ support LBA mode
- ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดมากกว่า 2Gb. จะมีปัญหากับ MS-DOS และ Windows 95 และ 95a
- ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดมากกว่า 4Gb จะมีปัญหากับ NTFS ถ้าใช้เป็น NT boot
- ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดมากกว่า 8Gb จะมีปัญหากับ BIOS ที่ไม่ support Extended Int.13
และถ้า BIOS support ก็จะใช้ได้แค่ 8Gb ถ้าใช้ MS-DOS
และถ้าใช้ Windows NT 4.0 ก็จะไม่สามารถ format ได้ถ้าไม่ update ATAPI.SYS เป็นของ Service Pack4 ซะก่อน
- ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดมากกว่า 32Gb จะมีปัญหากับ BIOS บางรุ่น เช่น Phoenix BIOS และไม่สามารถใช้กับ Windows 95 version ใดๆได้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า BIOS ไม่ support ขนาดของ harddisk (ไม่ว่าจะเป็นที่ 500Mb หรือ 8Gb) ก็ยังสามารถใช้ได้เต็มที่ โดย download overlay software จากเว็บไซท์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ เช่น DiskManager หรือ EZ-drive มาใช้ได้ เพราะ software เหล่านี้ จะอยู่ใน master boot record ทำให้ operating system มองเห็นขนาดของฮาร์ดดิสก์ได้เต็มที่ หรือถ้าไม่อยากใช้ overlay software ก็ลองหา Promise IDE controller มาเสียบเข้าไปบน Motherboard ก็จะใช้ได้ แถม support ATA/66

FAT อ่านขนาดไฟล์สูงสุดได้ 2 GB
FAT32 อ่านขนาดไฟล์สูงสุดได้ 4 GB
NTFS อ่านขนาดไฟล์ - (ยังไม่มีข้อมูล แต่คงจะอ่านได้มากกว่า 2 TB เพราะความจุฮาร์ดดิสก์ยังผลิตไม่ถึง)
ข้อควรระวัง หากจะติดตั้งเป็นระบบ NTFS
- NTFS ไม่สามารถใช้กับ floppy disks
- NTFS ไม่สามารถรันบางโปรแกรมที่เก่า
1 KB (kilobyte) = 1,000 B (bytes)
1 MB (megabyte) = 1,000 KB
1 GB (gigabyte) = 1,000 MB
1 TB (terabyte) = 1,000 GB = 1,000,000,000,000 bytes = 10 ยกกำลัง 12 (ใช้อ่านค่าความจุฮาร์ดดิสก์)
1 TB (terabyte) = 1,099,511,627,776 bytes = 1024 ยกกำลัง 4 (หรือ 2 ยกกำลัง 40) (ใช้อ่านค่าสำหรับนักโปรแกรมเมอร์)


33. Search Proxy
รายละเอียดแนะนำการค้นหา proxy ไว้ใช้ ด้วยตัวเอง คลิกอ่าน
ที่นี่


34. ZoneAlarm แนะนำการตั้งค่า และวิธีใช้
รายละเอียดแนะนำการตั้งค่า และวิธีใช้ ZoneAlarm คลิกอ่าน
ที่นี่


35. ติดตั้งเฉพาะฐานข้อมูล Windows XP Professional
รายละเอียดแนะนำการตั้งค่า และวิธีใช้ Windows XP Professional คลิกอ่าน
ที่นี่


36. แนะนำความรู้ windows xp professional
รายละเอียด คลิกอ่าน
ที่นี่


37. วิธีแก้ไข windows update และ hotmail ไม่ได้
ไม่ สามารถ เข้า ไป เช็ค เมล์ ใน http://www.hotmail.com/ พอ sign in เข้าไป ก็จะขึ้น cannot find server รวมทั้งเข้าเล่น MSN ก็ไม่ได้ด้วย หรือเข้าไปใน เว็บไมโครซอฟต์ update ก็ปรากฏว่า ไม่สามารถ อัพเดท
แก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. คลิก Start >> Run และพิมพ์ REGSVR32 SOFTPUB.DLL (จะเห็นหน้าต่างป๊อปอัพ แจ้งบอกว่า process succeeded)
2. คลิก Start >> Run และพิมพ์ REGSVR32 INITPKI.DLL (จะเห็นหน้าต่างป๊อปอัพ แจ้งบอกว่า process succeeded)
3. คลิก Start >> Run และพิมพ์ REGSVR32 MSSIP32.DLL (จะเห็นหน้าต่างป๊อปอัพ แจ้งบอกว่า process succeeded)
4. ทดลองเข้าเว็บ Windows Update และดูว่า ยังมีข้อความ error เหมือนเดิมอีกหรือไม่
หมายเหตุ: จากข้อ1.ถึงข้อ3. เมื่อข้อใดพิมพ์แล้ว แจ้ง ERROR ก็เพราะว่าไม่มีไฟล์ต่อไปนี้ คือ SOFTPUB.DLL, INITPKI.DLL และ MSSIP32.DLL อยู่ในห้อง C:\windows\system32 จะต้องใช้คำสั่ง EXPAND ไฟล์เหล่านี้จากแผ่นซีดีวินโดว์(ที่ใช้ติดตั้ง) มาไว้ในห้อง C:\windows\system32
หรือจะดาวน์โหลด
ที่นี่ (เฉพาะผู้ใช้ Windows XP Home, Windows XP Professional)


38. Fdisk & Format
รายละเอียด คลิกอ่าน
ที่นี่


39. Turn Off หรือ Restart วินโดว์ไม่ได้
วิธีแก้ไข
1. คลิกคีย์สามปุ่มนี้พร้อมกันหนึ่งครั้ง(สำหรับ Windows XP) คือ Ctrl + Shift + Esc เมื่อคลิกแล้ว จะเปิดกรอบหน้าต่าง Windows Task Manager
2. คลิกแท็ป Applications (ที่กรอบหน้าต่าง Windows Task Manager ) >> จากนั้นคลิกแถวที่เป็นปัญหา (Not Responding) ตรงช่อง Task ตามด้วยคลิก End Task (ถ้ามีแถวที่เป็นปัญหา) เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมนั้น แล้วลอง Turn Off หรือ Restart
3. ถ้ายังแก้ไม่ได้ ให้มาคลิกที่แท็ป Processes >> จากนั้นคลิกแถวรายชื่อโปรแกรมที่รู้จัก(ที่เปิดใช้งาน) และยังทำงานอยู่ตรงช่อง Image Name ตามด้วยคลิก End process เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมนั้น แล้วลอง Turn Off หรือ Restart
4. ถ้ายังแก้ไม่ได้ ให้มาคลิกที่แท็ปเมนู Shut Down (อยู่ด้านบน Windows Task Manager) >> จากนั้นคลิกแถว Turn Off หรือ Restart
5. ถ้ายังแก้ไม่ได้ ให้มาคลิกปุ่ม Reset ที่ Case แล้ว Reboot เข้า DOS ด้วยแผ่นโปรแกรม Startup Disk เช่น ของ Windows 98 จากนั้น พิมพ์คำสั่ง scandisk C: (เพื่อตรวจหาข้อผิดพลาด และแก้ไขให้เรียบร้อย)
เสร็จแล้วจึงรีบูทเข้าวินโดว์ ดูผลเป็นอย่างไร


40. Outlook Express & Gmail & GMail Drive
รายละเอียด คลิกอ่าน
ที่นี่


41. ดูเวอร์ชั่นของ DirectX ใน WinXP
คลิก Start>> Run>> พิมพ์ DXDIAG ในช่องว่างแล้วคลิก OK


42. ADSL ให้แรง
คลิก Start>> Run>> พิมพ์ gpedit.msc>> Computer Configuration>> Administrative Templates>> Network>> Qos Packet Scheduler>> Limit Reservable Bandwidth>> Enabled>> Bandwidth Limit= 0%>> OK


43. Error code Network and Dial-up Connections
รายละเอียด คลิกอ่าน
ที่นี่


44. ตรวจรู้ IP ของตัวเองและผู้อื่นขณะเล่นอินเทอร์เน็ต
- เปิด Command Prompt ขึ้นมา โดยคลิก Start >>Programs >>Accessories >>Command Prompt
- พิมพ์ netstat -n แล้วเคาะ Enter
- ดูที่ Local Address จะเป็น ip ของเรา (ตามรูปข้างล่าง ip ของเราคือ 66.218.77.76 ใช้ port 80) เชื่อมต่ออยู่กับ Foreign Address ซึ่งเป็น ip ของคนที่เราติดต่อด้วย (ตามรูปข้างล่าง ip ของคนที่เราติดต่อด้วยคือ 61.91.175.211 ใช้ port 3978)
45. web brower (ข้อมูลความรู้อ้างอิงจาก พจนานุกรม DDP RELEASE 2.0)
(คำอ่าน = เว็บบราวเซอร์) เป็นโปรแกรมที่ทำให้เราสามารถอ่านไฮเปอร์เทกซ์ (hypertex) บนเวิลด์ไวด์เว็บได้
โปรแกรมที่มีชื่อที่เป็นที่นิยมในขณะนี้คือ Netscape และ Microsoft Internet Explorer

hypertex ข้อความหลายมิติหมายถึง การเรียกหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการรู้ ให้แสดงบนจอภาพ ซึ่งอาจมีทั้งข้อความที่ใช้อธิบาย หรือบางทีจะมีภาพประกอบ มีเสียง หรือมีการแสดงการเคลื่อนไหวฯ ใช้มากในโฮมเพจต่างๆ
ในอินเทอร์เน็ต ส่วนมาก คำที่จะมีคำอธิบายเช่นนี้ มักจะเป็นคำที่ขีดเส้นใต้ไว้ หรือไม่ก็เป็นตัวดำหนา เมื่อลากเมาส์ไปวางที่คำเหล่านี้ ตัวชี้ตำแหน่งจะเปลี่ยนเป็นนิ้วชี้ ถ้ากดเมาส์ ก็จะมีรายละเอียดมาอธิบายให้ หรือจะโยงไปหารายละเอียดของเรื่องนั้นๆ

world wide web (เวิลด์ไวด์เว็บ)นิยมใช้ตัวย่อ www (อ่านว่าดับบลิวดับบลิวดับบลิว) หมายถึงสถานที่รวมของกลุ่มคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ให้ผู้คนอ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) โดยใช้ภาษา เอชทีทีพี (http หรือ Hypertext Tranfer Protocol) ทุกหน้าจะมีทั้งเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีเมนูพร้อมที่จะให้เราสั่งงาน มีคำหลายคำที่มีแถบสีซึ่งเราสามารถกดเมาส์ถามหารายละเอียดต่างๆในเรื่องนั้นต่อ ซึ่งอาจเป็นการเรียกหาจากแหล่งเดียวกัน หรือจากแหล่งคอมพิวเตอร์อื่นได้ทั่วโลก

html คำย่อ hepertext make-up protocol หมายถึงภาษาที่ใช้ในการสร้างโฮมเพจ (home page) และเอกสารในเวิร์ลด์ไวด์เว็บ (world wide web) ในอินเทอร์เน็ต

internet อินเทอร์เน็ต <คำอ่าน>หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติที่มีสายตรงต่อไปยังสถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ทั่วโลก ผ่านโมเด็ม (modem) คล้ายกับ Compuserve ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) สามารถสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูล และโปรแกรมบางโปรแกรมมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม มีผู้เปรียบเทียบว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนทางหลวงระหว่างประเทศ แต่ละประเทศจะต้องมีถนนเข้ามาเชื่อมต่อเข้าไปในประเทศ กล่าวคือ จะต้องมีเครือข่ายภายในรับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง (เช่น ไทยมี Chulanet, KSC , Infonews เป็นต้น ) มิฉะนั้นก็จะใช้ไม่ได้ผล

websites
เว็บเพจ คือแต่ละหน้าของเว็บไซต์
ส่วนคำว่าโฮมเพจคือหน้าแรกของเว็บไซต์
และสุดท้ายคือเว็บไซต์หมายถึงทั้งหมด


46. 23 โปรแกรมลับที่ซ่อนอยู่ใน windows XP
วิธีการใช้ 23 โปรแกรมลับนี้โดยคลิก Start>> Run>> พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
charmap.exe
Character Map (มีประโยชน์มากสำหรับใช้พิมพ์อักขระพิเศษ)
cleanmgr.exe
Disk Cleanup (เอาไว้ทำความสะอาดหรือ Clear พื้นที่)
clipbrd.exe
Clipboard Viewer (ดูข้อมูล ในคลิปบอร์ด)
drwtsn32.exe
Dr Watson (ตรวจสอบวินโดว์มีปัญหาเพราะอะไร)
dxdiag.exe
DirectX diagnosis (ตรวจสอบอุปกรณ์สนับสนุน DirectX หรือไม่ และแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้อง)
eudcedit.exe
Private character editor (แก้ไขฟอนต์ หรือทำฟอนต์เองได้)
iexpress.exe
IExpress Wizard (สร้างไฟล์ Setup ของวินโดว์ เอาไว้สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนวินโดว์)
mobsync.exe
Microsoft Synchronization Manager (คอยเก็บหน้าเว็บ หรือไฟล์บนเครือข่าย เอาไว้ดูตอน offline)
mplay32.exe
Windows Media Player 5.1 (Windows Media Player รุ่นเก่า)
odbcad32.exe
ODBC Data Source Administrator (จัดการกับดาต้าเบต)
packager.exe
Object Packager (ไว้ใส่พวก Objects ต่างๆ ลงในไฟล์)
perfmon.exe
System Monitor (ไว้ตัวสอบประสิทธิภาพของวินโดว์)
progman.exe
Program Manager (เชลล์ไฟล์ของวินโดว์ 3.11)
rasphone.exe
Remote Access phone book
(ไว้ติดต่อหรือเข้าถึงข้อมูลของสมุดที่อยู่ในเครื่องอื่น)
regedt32.exe
Registry Editor (เหมือนกับ regedit.exe ไว้ใช้สำหรับแก้ไข Registry ของวินโดว์)
shrpubw.exe
Network shared folder wizard (สร้างแชร์โฟลเดอร์บนเครือข่าย)
sigverif.exe
File siganture verification tool (ตรวจสอบ signature ของไฟล์)
sndvol32.exe
Volume Contro (ไว้ปรับระดับเสียง อันเดียวกับรูปลำโพงตรง tray icon)
sysedit.exe
System Configuration Editor (แก้ไข system.ini กับ win.ini)
syskey.exe
Syskey (Secures XP Account database ?ใช้เข้ารหัส รหัสผ่านของวินโดว์ ต้องใช้อย่างระมัดระวัง)
telnet.exe
Microsoft Telnet Client (โปรแกรม telnet)
verifier.exe
Driver Verifier Manager (ตรวจสอบ driver ต่างๆของวินโดว์ ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไดร์เวอร์)
winchat.exe
Windows for Workgroups Chat (โปรแกรม chat รุ่นเก่า)


47. AutoRun หรือ AutoPlay DVD/CD-ROM drives
- วิธีหยุด AutoRun หรือ AutoPlay DVD/CD-ROM drives
ใส่แผ่นแล้วกด Shift ค้างไว้ รอจนแผ่นหยุดอ่าน (สังเกตจากไฟที่ไดร์)
- วิธีเลือกการทำงาน AutoRun หรือ AutoPlay DVD/CD-ROM drives
ใส่แผ่นแล้วกด Shift ค้างไว้ รอจนแผ่นหยุดอ่าน (สังเกตจากไฟที่ไดร์)
จากนั้นที่ DVD/CD-ROM drives คลิกขวาเมาส์เลือก Properties>> คลิกแท็ป AutoPlay>> จุดวงกลมแถว Select an action to perform>> เลือกแบบการทำงานที่ต้องการ
- วิธีปิดแบบถาวร AutoRun หรือ AutoPlay DVD/CD-ROM drives
ทำได้โดยการเข้าไปแก้ไขไฟล์ Registry ไปที่ Start>> Run>> พิมพ์ regedit กด Enter แล้วไปหาที่อยู่ของมันคือ...
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Cdrom (คลิกตรง Cdrom นี้ด้วย) แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่หัวข้อ AutoRun ทางหน้าต่างขวามือ และแก้ไขค่าให้เป็น 0 แล้ว Restart


48. กู้ไฟล์จากอาการฮาร์ดดิสก์ในวินโดว์มองไม่เห็นแต่เห็นในดอส
สาเหตุเกิดจากขณะกำลังถ่ายโอนเคลื่อนย้ายไฟล์จำนวนมาก แล้ววินโดว์หยุดการทำงานกะทันหัน ค้าง นิ่ง จะด้วยเหตุใดก็ตาม ทำให้ฮาร์ดิสก์ที่เขียนอ่านเซฟไฟล์อยู่นั้นเกิด bad sector และไฟล์ในวินโดว์ที่เก็บลักษณะคุณสมบัติชองฮาร์ดดิสก์ไดร์นั้นชำรุด
วิธีแก้ไข
1. ถอดฮาร์ดดิสก์ตัวปัญหานั้น ไปต่อพ่วง slave กับวินโดว์ที่ปรกติของเครื่องอื่น
2. เปิดเครื่องเข้าวินโดว์ และจะตรวจพบสิ่งผิดปรกติ ปล่อยให้แก้ไขอัตโนมัติ
3. เมื่อบูทเข้ามาในวินโดว์ ยังไม่สามารถเห็นไดร์ปัญหาได้ ไม่ต้องสนใจ ให้คลิก Start (มุมซ้ายล่างจอ) คลิก Restart
4. Restart เข้าวินโดว์ใหม่ พอมาถึงตรงตรวจพบสิ่งผิดปรกติ และตัวเลขเวลากำลังเริ่มนับถอยหลัง ให้รีบกดคีย์บอร์ดไหนก็ได้ เพื่อยกเลิกการแก้ไขอัตโนมัติ
5. ครั้งนี้ที่เข้าวินโดว์ก็จะเห็นไดร์ที่เป็นปัญหา จัดการกู้ไฟล์ โดย copy ไฟล์จากไดร์ปัญหา แล้วไป paste ไว้ในไดร์ปรกติ
6. แต่จะมีไฟล์บางส่วนชำรุด ไม่สามารถกู้คืน และเมื่อเรียบร้อยแล้ว บูทเข้าดอสไป scandisk อย่างละเอียดเพื่อแก้ไข bad sector