| 5. คลิก Apply >> คลิก OK >> แล้ว Restart คอมพิวเตอร์ เมื่อ Restart เข้าวินโดวส์แล้ว ตรวจดู System Resources จะเห็นว่า มีค่าเพิ่มมากขึ้น และคอมพิวเตอร์จะทำงาน รวดเร็วขึ้น อีกมากด้วย หมายเหตุ : การตั้งค่าดังกล่าว จะเป็นการกำหนดการใช้งานแบบธรรมดา โปรแกรมต่างๆจะยังคงเปิดใช้งานได้เป็นปรกติเหมือนเดิม หากต้องการคืนสู่สภาพเดิม ทำได้โดย ตรงช่อง Process Win.ini file กับตรงช่อง Load startup group items ให้คลิกทำเครื่องหมายถูก 25. วิธีทำให้คีย์ ~ สามารถคลิกสลับเปลี่ยนภาษา Eng-Thi 1. คลิก Start >> Settings >> Control Panel 2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน Keyboard 3. ที่กรอบ Keyboard Properties คลิกแท็ป Language 4. คลิกทำเครื่องหมายถูกในช่องสี่เหลี่ยมเล็ก Enable Indicator on taskbar กับในช่อง Enable accent grave ( ~ ) switch 5. คลิก Apply >> แล้วคลิก OK 26. วิธีตรวจดูมีใคร Hack คอมฯเราขณะเล่นอินเทอร์เน็ตหรือป่าว 1. คลิกที่ Start >> Run 2. ในช่อง Open พิมพ์ netstat 10 แล้วคลิก OK 27. วิธีตั้งค่าและเลือกใช้ proxy (แก้ไข-ปรับปรุง 2547-06-18) internet หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติที่มีสายตรงต่อไปยังสถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ทั่วโลก ผ่านโมเด็ม (modem) คล้ายกับ Compuserve ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) สามารถสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูล และโปรแกรมบางโปรแกรมมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม มีผู้เปรียบเทียบว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนทางหลวงระหว่างประเทศ แต่ละประเทศจะต้องมีถนนเข้ามาเชื่อมต่อเข้าไปในประเทศ กล่าวคือ จะต้องมีเครือข่ายภายในรับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง (เช่น ไทยมี Chulanet, KSC , Infonews เป็นต้น ) มิฉะนั้นก็จะใช้ไม่ได้ผล ปัญหาอินเทอร์เน็ตช้า ข้อมูลไม่ไหล โหลดเข้าเว็บไซท์ยากหรือเข้าไม่ได้ อาการอย่างนี้ต้องใช้ proxy ช่วย แต่ก่อนอื่นต้องทดสอบ ISP (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต) ดูว่าปรกติหรือไม่ โดยวิธีดังนี้ - ดูรายละเอียดเครื่องเราก่อน โดยคลิก Start >> ไปที่ Accessories แล้วคลิก Command Prompt >> จากนั้นพิมพ์ ipconfig/all Description . . . . . . . . . . . : 3Com officeconnect NIC (3CSOHO100-TX) Physical Address. . . . . . . . . : 00-04-76-C9-00-00 Dhcp Enabled. . . . . . . . . . . : No IP Address. . . . . . . . . . . . : 172.16.203.151 Subnet Mask . . . . . . . . . . . : 255.255.255.0 Default Gateway . . . . . . . . . : 172.16.203.151 DNS Servers . . . . . . . . . . . : 203.113.93.1 จะใช้ค่า IP Address และค่า DNS Servers มา ping ดูการทำงานของอินเทอร์เน็ตว่าปรกติหรือไม่ โดย - ใน Command Prompt พิมพ์ ping -t 172.16.203.151 Reply from 172.16.203.151: bytes=32 time<1ms TTL=128 Reply from 172.16.203.151: bytes=32 time<1ms TTL=128 Reply from 172.16.203.151: bytes=32 time<1ms TTL=128 Reply from 172.16.203.151: bytes=32 time<1ms TTL=128 ลักษณะอย่างนี้ ปรกติ - ใน Command Prompt พิมพ์ ping -t 203.113.93.1 Reply from 203.113.93.1: Destination net unreachable. Reply from 203.113.93.1: Destination net unreachable. Reply from 203.113.93.1: Destination net unreachable. Reply from 203.113.93.1: Destination net unreachable. ลักษณะอย่างนี้ ไม่ปรกติ อินเทอร์เน็ตการรับส่งข้อมูลจะใช้ได้เป็นปรกติ เมื่อ ping ค่า IP Address และค่า DNS Servers แล้วมีการส่งสัญญาณตอบกลับมา proxy server ความหมาย : ตัวบริการแทนหมายถึง คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หากสถานีปลายทางเครื่องใดต้องการข้อมูล ก็จะสามารถเรียกได้จากตัวบริการแทนนี้ จะทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่าเรียกหาเอง แล้วเมื่อไร ที่สมควรตั้งค่า ใช้ proxy ตอบได้ว่า เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการ รับส่ง ข้อมูล (ไฟล์ หรือ อีเมล์) หรือ ปัญหาเกี่ยวกับไม่สามารถเข้าเวบไซท์ของนอกได้ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Internet Options ต้องตั้งค่าให้ถูกต้องก่อนด้วย) (ดูหัวข้อ 22.Internet Options กับการตั้งค่าอย่างถูกต้อง) ลักษณะ proxy : แบบกลุ่มตัวหนังสือ เช่น proxy.ksc.co.th Port 8080 เป็นต้น แบบกลุ่มตัวเลข เช่น 203.185.80.14 Port 8080 เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้ว จะเลือกตั้งค่า proxy แบบกลุ่มตัวเลข ซึ่งเลือกได้มากกว่า และค่า Port ปรกติจะเป็น 8080 วิธีการตั้งค่า proxy : 1. คลิก Start >> Settings >> Control Panel 2. ดับเบิ้ลคลิกไอค่อน Internet Options จะเปิดหน้าต่าง Internet Options 3. ชี้เมาส์ไปคลิกที่ Connections ดูในช่องขาว Dial-up and Virtual Private Network settings ไปคลิกที่ชื่อ Dial-up ที่เราต่อ ให้เป็นแถบสีน้ำเงิน 4. ชี้เมาส์ไปคลิกที่ Settings... (ด้านขวาเยื้องแถบขาว) ได้หน้าต่างใหม่เป็นชื่อ ( Dial-upที่เราตั้ง) Settings ลงไปที่กรอบกลาง Proxy Server คลิกเครื่องหมายถูกลงในช่องสี่เหลี่ยมหน้าข้อความ Use a proxy server for this connection (...)...ในช่อง Address ให้ใส่หมายเลข Proxy เช่น 203.185.80.14 หรือเลขอื่น ๆ ตามที่คุณได้รับทราบมา และใต้ช่อง Port ให้ใส่หมายเลข Port ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหมายเลข 8080 ทุกช่องเช่นกัน 5. ติ๊กทำเครื่องหมายถูกในช่อง Bypass proxy server for local address 6. คลิก OK ไปเรื่อยๆ ปิดหน้าต่างทั้งหมด 7. ลองเชื่อมต่อต่างประเทศเช่น www.yahoo.com หรือ www.hotmail.com หากเข้าได้แสดงว่าใช้ได้ 8. หากเข้าไม่ได้ลองหมายเลข Proxy ใหม่โดยใช้วิธีการเดิมๆ 9. Proxyแต่ละหมายเลขจะมีความเร็วไม่เท่ากัน ทดลองใช้หลายๆหมายเลขแล้วเลือกเอาที่เร็วที่สุด (อาจสร้าง Dial-upต่อไว้หลายชื่อหลายอัน แล้วเซ็ตชื่อหนึ่งที่ proxy หมายเลขหนึ่ง อีกชื่อหนึ่งหมายเลขหนึ่ง 10. ให้พยายามเลือกสุ่มใช้กระจายกันออกไป อย่าให้ตรงกัน จะได้ไม่แห่เข้าไปใน server เดียวกันจนล่ม และใช้ไม่ได้ พยายามเลือกเอาอันที่คิดว่าคนอื่นไม่ใช้ ไม่ใช่เอาแต่หมายเลขแรกๆ กันทุกคน หมายเหตุ : การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระบบ LAN การตั้งค่า proxy จะต้องตั้งที่ตำแหน่ง LAN Settings คำแนะนำการเซ็ท proxy 1. ต้องไม่มีเซ็ทค่า proxy ใน Internet Options ก่อนบูทเข้าวินโดว์ 2. ปรกติ จะไม่ต้องเซ็ท proxy จะเซ็ทก็ต่อเมื่อเน็ตมีปัญหาในการเข้าเว็บต่างๆยาก หรือเข้าช้ามาก 3. เมื่อเซ็ทค่า proxy แล้ว ต้องลองเข้าเว็บไซท์ http://www.msn.com/ หากเข้าไม่ได้ หรือช้า ให้เซ็ท proxy ค่าอื่น 4. หลังเลิกใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ให้เอา proxy ออกจาก Internet Options ด้วย 5. proxy หมายเลขนี้ วันนี้เร็ว พรุ่งนี้อาจช้ามาก ต้องลองหลายๆ proxy เพิ่มเติม อีกวิธีที่ทำให้เข้าเว็บได้เร็ว โดยเซ็ทค่า DNS ใน Internet Options ในบางครั้งการเซ็ทค่า Proxy อาจไม่ได้ช่วยให้เข้าเว็บเร็วขึ้นกว่าเดิม ให้ยกเลิกการใช้ Proxy ก่อน จากนั้นจึงมาตั้งค่า DNS แทน วิธีการตั้งค่า DNS 1. ให้เข้า Control Panel >> ดับเบิ้ลคลิกไอค่อน Internet Options(จะเปิดกรอบ Internet Properties) 2. ที่กรอบ Internet Properties คลิกแท็ป Connections >> ในช่องของ Dial-up and Virtual Private Network settings เลือกแถวผู้ให้บริการทางเน็ต( ISP )ที่จะใช้ Connect เข้าเน็ต >> คลิก Settings(จะเปิดไปที่หน้า Settings) 3. ที่หน้า Settings คลิก Properties >> ต่อมาคลิกแท็ป Server Types >> แล้วมาคลิกที่ TCP/IP Settings(จะเปิดไปยังหน้า TCP/IP Settings) 4. ที่หน้า TCP/IP Settings ให้คลิกทำเครื่องหมายจุดในช่องวงกลมหน้าแถว Specify name server addresses >> แล้วพิมพ์ตัวเลขค่า DNS ของ ISP นั้นลงในช่องแถว Primary DNS กับช่องแถว Secondary DNS >> คลิก OK เรื่อยๆจนเสร็จ ค่า DNS ที่พิมพ์ในช่อง Primary DNS กับ Secondary DNS สังเกตให้ดี จะเป็นตัวเลข 4 ชุด และในแต่ละชุดจะมีค่าหลัก(ระหว่าง 0-255) หน่วย ถึง ร้อย โดยมี จุด คั่นแบ่งแต่ละชุดนั้น ดังนั้น เวลาพิมพ์ค่าในแถว Primary DNS กับ Secondary DNS พิมพ์ให้ถูกต้องด้วย รายชื่อ ISP ( Internet Service Provider ) A-net Primary Domain Name Server (DNS) : 203.148.255.70 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.148.255.80 Proxy Cache Server : proxy.anet.net.th Port : 8080 E-mail Address : name@a-net.net.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.a-net.net.th FTP Server : ftp://ftp.a-net.net.th Dial-up Number : 028611444 or 028610623 or 028638000 or 026855050 Call center Number : 028611555 Fax Number : 028611544-45 Asia Access Primary Domain Name Server (DNS) : 203.145.0.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.145.0.2 Proxy Cache Server : proxy.asiaaccess.net.th Port : 8080 E-mail Address : name@asiaaccess.net.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.asiaaccess.net.th FTP Server : ftp://ftp.asiaaccess.net.th Dial-up Number : 023400043 or 026713900 or 022718000 Call center Number : 026173990 Fax Number : 026170939 Asia Infonet Primary Domain Name Server (DNS) : 203.144.255.71 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.144.255.72 Proxy Cache Server : proxy.asianet.co.th Port : 8080 E-mail Address : name@asianet.co.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.asianet.co.th FTP Server : ftp://ftp.asianet.co.th Dial-up Number : 026408000 or 026408001 ( Subscriber ) , 026408005 ( Internet Kit ) , 026408080 ( Cable Modem ) Call center Number : 026411800 Fax Number : 026411808 Assumption University ABAC Primary Domain Name Server (DNS) : 202.6.100.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.6.100.2 Proxy Cache Server : E-mail Address : name@au.ac.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.au.ac.th FTP Server : ftp://ftp.au.ac.th Dial-up Number : 023338000 or 027304000 or 027304001 ( 56 Kbps ) , 027191050 or 027191240 ( 33.6 Kbps ) Call center Number : 023004543-60 EXT : 1363 Fax Number : CS Internet Primary Domain Name Server (DNS) : 202.183.255.20 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.183.255.21 Proxy Cache Server : proxy.cscoms.com Port : 8080 E-mail Address : name@cscoms.com Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.cscoms.com or http://www.shinee.com FTP Server : ftp://ftp.cscoms.com Dial-up Number : 026855800 or 023400345 or 022716000 or 026855999 or 023400456 or 023400899 Call center Number : 025965000 Fax Number : 025026847 or 025965005 CWN internet ( Chomanan Worldnet ) Primary Domain Name Server (DNS) : 202.74.32.3 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.74.32.4 Proxy Cache Server : proxy.cwn.net.th Port : 8080 E-mail Address : name@cwn.net.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.cwn.net.th or http://www.thaionline.com FTP Server : ftp://ftp.cwn.net.th Dial-up Number : 025216700 Call center Number : 029733146-48 Fax Number : 029734246 DataLine Thai Primary Domain Name Server (DNS) : 202.80.252.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.80.252.2 Proxy Cache Server : proxy.linethai.co.th Port : 8080 E-mail Address : name@linethai.co.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.linethai.co.th or http://www.linethai.net.th FTP Server : ftp://ftp.linethai.co.th Dial-up Number : 023105341 or 023105342 Call center Number : 023105333 Fax Number : 023105332 E-GO Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : proxy.sga.net.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : Idia net Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : proxy.idn.co.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : Inet Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : netproxy1.inet.co.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : InfoNews (InfoAccess) Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : proxy.infonews.co.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : Internet Thailand Primary Domain Name Server (DNS) : 202.44.202.2 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.44.202.3 Proxy Cache Server : proxy.inet.co.th Port : 8080 E-mail Address : name@inet.co.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.inet.co.th FTP Server : ftp://ftp.inet.co.th Dial-up Number : 022065000 Call center Number : 026427065-6 Fax Number : 026400456 Jasmine Internet ( Ji-Net ) Primary Domain Name Server (DNS) : 203.147.0.2 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.147.0.3 Proxy Cache Server : proxy.ji-net.com Port : 8080 E-mail Address : name@ji-net.com Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.ji-net.com FTP Server : Dial-up Number : 025024600 or 029988000 ( 56 kbps ) Call center Number : 025023701-5 Fax Number : 025023737 KSC Primary Domain Name Server (DNS) : 203.155.33.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.44.144.33 Proxy Cache Server : proxy.ksc.co.th or proxy.ksc.net.th Port : 8080 E-mail Address : name@ksc.th.com Incoming mail (POP3) : ksc.th.com or 203.155.33.38 Outgoing mail (SMTP) : ksc.th.com or 203.155.33.38 WWW Server : http://www.ksc.net/ FTP Server : Dial-up Number : 023400340 or 029988777 ( 56 kbps ) Call center Number : 029797000 Fax Number : 025760900-7 Loxinfo Primary Domain Name Server (DNS) : 203.146.0.20 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.146.0.30 Proxy Cache Server : proxy.loxinfo.co.th Port : 8080 E-mail Address : name@loxinfo.co.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.loxinfo.co.th FTP Server : ftp://ftp.loxinfo.co.th Dial-up Number : 026855000 or 023400999 or 022688000 Call center Number : 026225678 EXT : 111 Fax Number : 026225666 MWEB Primary Domain Name Server (DNS) : 203.155.33.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.44.144.33 Proxy Cache Server : proxy.ksc.co.th Port : 8080 E-mail Address : name@mweb.co.th Incoming mail (POP3) : pop3.mweb.co.th or 203.155.33.1 Outgoing mail (SMTP) : smtp.mweb.co.th or 202.44.144.33 WWW Server : http://www.mweb.co.th/ FTP Server : Dial-up Number : 023400300 or 029988999 Call center Number : 029797000 Fax Number : 029797111 Pacific Internet Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : E-mail Address : name@pacific.net.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.pacific.net.th FTP Server : http://www.pacfusion.com/edownload Dial-up Number : 022990055 or 026188688 Call center Number : 029530880 Fax Number : 029530990 Roynet Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : proxy.roynet.co.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : Samart Infonet Primary Domain Name Server (DNS) : 203.149.0.2 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.149.0.3 Proxy Cache Server : proxy.samart.co.th or proxy.samarts.com Port : 8080 E-mail Address : name@samarts.com Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.samarts.com FTP Server : ftp://ftp.samarts.com Dial-up Number : 029537000 ( Member ) , 029537007 ( Internet Kit ) , 023400404 Call center Number : 025026844 Fax Number : 025026847 or 025026883 Siam Global Access Primary Domain Name Server (DNS) : 202.51.128.65 Secondary Domain Name Server (DNS) : 202.51.128.66 Proxy Cache Server : proxy.sgn.net.th Port : 8080 E-mail Address : name@sgn.net.th Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : http://www.sgn.net.th FTP Server : Dial-up Number : 029551300 Call center Number : 029550281-9 Fax Number : 029550290 SiamIT Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : proxy.siamit.co.th Port : 8080 E-mail Address : Incoming mail (POP3) : Outgoing mail (SMTP) : WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : Call center Number : Fax Number : Telecom Asia Primary Domain Name Server (DNS) : Secondary Domain Name Server (DNS) : Proxy Cache Server : E-mail Address : name@clickta.com Incoming mail (POP3) : mail.clickta.com Outgoing mail (SMTP) : mail.clickta.com WWW Server : http://www.clickta.com FTP Server : Dial-up Number : 029009600 or 029009599 Call center Number : 029009898 Fax Number : TOT online Primary Domain Name Server (DNS) : 203.113.93.1 Secondary Domain Name Server (DNS) : 203.113.93.2 Proxy Cache Server : 203.113.0.31 Port : 8080 E-mail Address : name@totonline.net Incoming mail (POP3) : 203.113.93.20 Outgoing mail (SMTP) : 203.113.86.210 WWW Server : FTP Server : Dial-up Number : 1222 Call center Number : Fax Number 28. วิธีตั้งค่าเมล์ POP3 ของ Hotmail 1. เปิด Outlook Express >> Tools >> Accounts >> Add >> Mail 2. ช่อง Dispplay name : ให้พิมพ์ชื่อเล่นอะไรก็ได้ของเรา แล้วคลิก Next 3. ช่อง E-mail address : ให้พิมพ์ชื่อที่เป็นชื่อ hotmail ของเรา แล้วคลิก Next 4. My incoming mail server is a ให้เลือกเป็น HTTP My HTTP mail service provider is ให้เลือกเป็น Hotmail แล้วคลิก Next 5. Account name : จะเป็นชื่อ hotmail ของเรา ที่พิมพ์อยู่แล้ว เมื่อตอนต้น Password : ใส่พาสเวิร์ดของเมล์ ให้ตรงกับ hotmail ของเรา แล้วคลิก Next >> คลิก Finish หมายเหตุ : hotmail บางเวลาโหลดเมล์เข้า Outlook Express ช้ามาก และถึงแม้จะไม่มีเมล์ของ hotmail มาที่เว็บเมล์ก็ตาม แต่เมื่อเราเปิด Outlook Express เพื่อรับเมล์ทุกครั้ง Outlook Express จะต้องเปิดเข้าไปใน Inbox ของเราที่อยู่ในเว็บไซท์ของ hotmail ด้วย หากไม่มีเมล์ของ hotmail จะเป็นการเสียเวลารอนานโดยใช่เหตุ ดังนั้น เราจะตั้งค่าการรับ hotmail แบบ ไม่อัตโนมัติ ต่อเมื่อทราบว่ามีเมล์ของ hotmail มา (ทราบว่ามี hotmail มา โดยติดตั้งโปรแกรม MSN Messenger) จึงไปเปลี่ยนค่าการตั้งเป็นแบบอัตโนมัติอีกครั้ง การตั้งค่า ไม่รับ hotmail อัตโนมัติ : เปิดโปรแกรม Outlook Express >> คลิกแท็ป Tools >> เลือก Accounts >> คลิกแท็ป Mail แล้วเลือกแถว Hotmail >> คลิก Properties ทางด้านขวา >> ในช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ให้ว่างไว้ ตรงแถว Include this account when receiving mail or synchronizing >> คลิก Apply >> คลิก OK 29. ต่อเน็ตเวิร์กแบบง่ายๆ ด้วยสายเคเบิลเส้นเดียว ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์สองเครื่องแล้วต้องการจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันแล้วละก็ พอจะมีทางเลือกอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อโดยใช้เน็ตเวิร์กการ์ด โมเด็ม และระบบอินฟราเรด แต่คงไม่มีวิธีไหนจะสะดวก และประหยัดไปกว่าการเชื่อมต่อแบบ Direct Cable Connection (DCC) เพราะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มีเพียงสายเดี่ยว (สายเคเบิ้ลเส้นเดียว) อาจมีหลายบทความได้กล่าวถึงการเชื่อมต่อแบบนี้ไปบ้างแล้ว แต่ในคราวนี้เราจะมาเรียนรู้กันแบบเจาะลึก เพื่อให้ทราบถึงวิธีการเชื่อมต่อแบบ DCC กับระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันรวมไปถึงการนำ DCC มาประยุกต์ใช้งานให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สาย คือสิ่งจำเป็นอันดับแรก สายเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับงานนี้ การเชื่อมต่อแบบ DCC นั้นคุณสามารถเลือกที่จะเชื่อมต่อผ่านทาง Serial Port , Printer Port หรือ USB Port ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราต้องการเชื่อมต่อว่ามีพอร์ตไหนว่างหรือไม่ค่อยได้ใช้งานบ้าง สาย DCC นั้นสามารถที่จะหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ต้องระบุคนขายให้ดีว่าเป็นสายแบบไหน ปกติแล้วคนขายจะรู้จักกันในชื่อของสายแลปลิงก์ (Laplink) อีกอย่างที่ควรพิจารณาก็คือความเร็วในการเชื่อมต่อ ถ้าคุณผู้อ่านต่อผ่าน Serial Port ความเร็วที่ได้ก็ประมาณ 10 kbps ซึ่งความเร็วระดับนี้หอยทากมันยังคลานเร็วกว่าเลยครับ แต่ถ้าต่อผ่าน Printer Port จะได้ความเร็วสูงขึ้นมาหน่อยประมาณ 60-80 kbps แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อผ่าน USB Port จะได้ความเร็วมากกว่า 500 kbps เลยทีเดียว อ้อ! สำหรับการเชื่อมต่อแบบ USB นั้นถึงจะเร็วแต่ก็ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงขอไม่กล่าวถึงในบทความนี้ครับ วิธี โปรแกรม DCC นั้นสามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้จากแผ่นซีดีของวินโดวส์เองโดยมีขั้นตอนดังนี้ เริ่มจากไปที่ Control-Panel >> Add/Remove programs >> Windows Setup >> Communication >> จากนั้นเลือกที่ Direct Cable Connection ระบบจะทำการติดตั้งโปรแกรม DCC และอาจจำเป็นต้องใช้แผ่นซีดีวินโดวส์ในการติดตั้งนี้ด้วยเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วระบบจะให้ทำการรีสตาร์ต เมื่อรีสตาร์ตเครื่องแล้วไปที่ Control Panel >> Network จากนั้นลองตรวจสอบดูที่ File and Printer sharing for Microsoft Network >> Advance >> Browse Master >> เลือกเป็น Enable และอย่าลืมตรวจสอบที่ Identification ด้วยว่าชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องไม่ซ้ำกันทั้งสองเครื่องและอยู่บนเวิร์กกรุ๊ปเดียวกันด้วย ก่อนที่เราจะใช้งาน DCC เพื่อให้การส่งถ่ายข้อมูลทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ต้องมีการปรับแต่งก่อน ให้ทำการคลิ้กขวามือที่ My Computer >> Device Manager >> Modem จะพบว่ามีส่วนของ Serial Modem เพิ่มเติมขึ้นมาให้ทำการปรับแต่ง Properties ของ Serial Modem ให้มีค่าความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลที่ 115200 เพราะการทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการส่งถ่ายข้อมูลเป็น 9-10 kbps สำหรับ Serial Port และ 60-80 kbps สำหรับ Printer Port เลยทีเดียว การเชื่อมต่อ DCC ระหว่างวินโดวส์ 95/98/me การใช้ DCC บนวินโดวส์นั้นจะต้องเริ่มจากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งที่ทำตัวเองเป็น Host เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ที่เราเรียกว่า Guest เข้ามาใช้ทรัพยากรโดยซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้ การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเป็น Host นั้น ก่อนอื่นเราจะต้องทำการแชร์ทรัพยากรเสียก่อนโดยเลือกโฟล์เดอร์ที่เราต้องการ จากนั้นคลิ้กขวามือเลือกไปที่ Sharing เพื่อตั้งชื่อตามที่ต้องการโดยในที่นี้จะตั้งชื่อว่า \"C-486u66\" จากนั้นจึงเปิดโปรแกรม DCC >> Change เพื่อเลือกที่จะเป็น Host ต่อมาจึงเลือกพอร์ตที่เราเสียบสาย DCC ไว้และหากต้องการตั้งรหัสผ่านก็สามารถตั้งได้ที่ตรงนี้ หลังจากนั้นจะขึ้นข้อความเพื่อรอการเชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Guest การตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเป็น Guest นั้นก็ทำเช่นเดียวกับ Host เพียงแต่เปลี่ยนสถานะของตัวเองให้เป็น Guest ในตอนแรกเมื่อทำการเชื่อมต่อได้แล้วให้กดที่ View Host ก็จะเห็นโฟล์เดอร์ที่ได้ทำการ Sharing ไว้ที่เครื่องที่เป็น Host ในตอนแรก หรือสามารถเข้าไปดูได้ที่ Network-Neighborhood ก็จะมองเห็นโฟล์เดอร์ที่สามารถเข้าไปใช้งานได้เช่นกัน การเชื่อมต่อ DCC พร้อมกับการใช้ Dial Up Networking โดยปกติแล้วเราไม่สามารถที่จะใช้ DCC ร่วมกับการใช้ Dial up Networking ได้เพราะทั้งสองระบบนี้มีความเกี่ยวเนื่องกันพอสมควร โดยเมื่อเราพยายามจะใช้ Dial Up Adapter ร่วมกับ DCC จะขึ้นข้อความแสดงข้อผิดพลาด แต่เราจะมาดัดแปลงเพื่อให้สามารถใช้งานได้พร้อมกันโดยอาศัย Virtual Private Networks (VPN) เข้าช่วย โดยระบบที่จะใช้ได้คือ วินโดวส์ 98/me ส่วนวินโดวส์ 95 นั้นหากต้องการใช้งานต้องอัพเกรด Dial up Networking เป็นเวอร์ชัน 1.2 หรือสูงกว่าเสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ก่อนอื่นเราจะต้องเพิ่ม Dial Up Adapter ขึ้นมาอีกหนึ่งใบเสียก่อนเพื่อให้เราสามารถใช้ DCC พร้อมกับDial Up Adapterได้ โดยคลิ้กที่ Add >> Adapter >> Microsoft >> Dial Up Adapter จากนั้นก็จะสามารถใช้งาน DCC ร่วมกับ Dial Up Networking ได้ จะเห็นได้ว่า หากเราสามารถที่จะใช้งาน DCC ร่วมกับ Dial Up Networking ได้ก็จะทำให้เราสามารถที่จะทำการแชร์อินเทอร์เน็ตโดยผ่าน DCC ได้เช่นกัน จากตัวอย่างที่ผ่านมาเราทำการเชื่อมต่อ DCC โดยใช้โปรโตคอล NetBEUI แต่สำหรับการเชื่อม DCC เพื่อใช้ในการแชร์อินเทอร์เน็ตนั้นเราจำเป็นต้องใช้โปรโตคอล TCP/IP ในการเชื่อมต่อและต้องมีการกำหนดค่าเพิ่มเติมสำหรับ TCP/IP ดังนี้ เครื่องที่ใช้หมุนโมเด็มต่ออินเทอร์เน็ตและเป็น DCC Host ต้องมีกำหนดค่าเพิ่มเติมโดยเริ่มที่ Control Panel >> Network จากนั้นจะพบว่ามี Dial up adapter 2 ตัว โดยใบแรกนั้นจะใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตส่วนใบที่สองนั้นจะใช้สำหรับ DCC ซึ่งเราต้องมีการกำหนด IP Address ให้กับเครื่องนี้ เมื่อกำหนด IP Address แล้วจึงทำการติดตั้งโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการแชร์อินเทอร์เน็ตซึ่งมีมากมายหลายโปรแกรม แต่ที่จะแนะนำคือ Vsock เพราะนอกจากจะเป็นซอฟต์แวร์ที่แจกฟรีแล้วมีฟังก์ชันการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถหาดาว์นโหลดได้ที่ http://www.pscs.co.uk/products/vsockslight/index.html 30. ทราบ IP Address ของคนที่ส่ง hotmail มาหาเรา วิธีตั้งค่า On the Options page, click Mail Display Settings under Additional Options. Under Message Headers, click Full, and then click OK. 31. ป้องกัน hack ทาง Outlook Express Addresses Book วิธีป้องกัน : 1. เปิดโปรแกรม Outlook Express >> แล้วคลิกที่แท๊ป Addresses >> ที่รายชื่อ Name ให้ลบชื่อที่แปลกปลอมออกไป 2. คลิกแท๊ป Tools >> เลือก Options >> ที่กรอบ Options คลิกแท๊ป Send และที่ช่อง Automaticlly put people I reply to in my Address Book ให้ปล่อยว่างไว้ >> คลิก Apply >> คลิก ok |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต |
![]() |
| คอมพิวเตอร์ & อินเทอร์เน็ต |
| 22.ปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ในเบื้องต้นควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบว่าได้ใช้เลขหมายในการเชื่อมต่อเป็นเลขหมายเดียวกับที่ลงทะเบียนไว้หรือไม่ 2. ตรวจสอบว่าได้ทำการต่อสายโทรศัพท์เข้ากับโมเด็มในช่อง Line แล้วหรือไม่ 3. ตรวจสอบว่าได้ทำการเสียบปลั๊ก และเปิดสวิตซ์โมเด็มเรียบร้อยหรือไม่ 4. ให้ลองทำการต่อสายโทรศัพท์เข้าเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา แล้วตรวจสอบดูว่า มีสัญญาณโทรออกหรือไม่ (หากไม่ได้ยินสัญญาณโทรออก ให้โทรแจ้ง หน่วยงาน 17) 5. ตรวจสอบว่าเลขหมาย หน้าต่าง Connect To ที่เชื่อมต่อนั้นเป็นเลขหมายที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถูกต้องหรือไม่ ในขณะทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ขึ้นข้อความว่า " The Line is Busy " ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบว่า เลขหมาย หน้าต่าง Connect To ที่เชื่อมต่อนั้น เป็นเลขหมายที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถูกต้องหรือไม่ 2. ตรวจสอบว่า เลขหมายที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้น กำลังใช้งานอยู่หรือไม่ 3. ตรวจสอบว่า เลขหมายมีสายพ่วง และมีผู้ใช้งานสายนั้นอยู่หรือไม่ 4. อาจมีผู้ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ให้รอสักครู่แล้วลองเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อีกครั้ง ในขณะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีข้อความขึ้นว่า "You have been disconnected from the computer you dialed. Double click the connection to try again." ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ให้ตรวจสอบการพิมพ์ username และ password ในหน้าต่าง Connect To ว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วลอง Connect ใหม่ 2. อาจเกิดจากการส่งสัญญาณระหว่าง Computer กับ modem ขัดข้องหรือมีสัญญาณค้าง ในกรณีถ้าเป็น External Modem (โมเด็มภายนอก) ให้ปิดสวิตซ์ modem 2-3 นาที แล้วเปิดใหม่ จากนั้นทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง หรือ ถ้าเป็น Internal Modem (โมเด็มภายใน) ให้ทำการ Restart เครื่องก่อน แล้วค่อยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อีกครั้ง 3. ตรวจสอบการตั้งค่า Maximum speed ของโมเด็ม เนื่องจากอาจตั้งค่า speed สูงเกินไป โดยปฏิบัติตามดังนี้ไปที่ Start >> Setting >> Control panel >> ดับเบิ้ลคลิกที่โมเด็ม >> เลือก properties ที่แถบ General >> ให้ตรวจสอบที่ maximum speed >> โดยทำการเลือกค่าที่ใกล้เคียงกับความเร็วของโมเด็มที่ใช้งาน เช่น ความเร็วของโมเด็ม 56 K ควรตั้งค่าไว้ที่ 57600 หรือต่ำกว่านั้น 4. อาจเกิดจากคอมพิวเตอร์ไม่พบ modem หรือไม่ได้ลง Driver ของ modem ไว้ ให้ตรวจสอบใน Configure ของ modem ว่าได้ Install driver ของ modem แล้วหรือยัง โดยตรวจสอบที่ Start >> Setting >> Control panel >> ดับเบิ้ลคลิกที่โมเด็ม >> เลือกหัวข้อ Diagnostic >> เลือก Modem ที่ใช้งานอยู่ (โดยการ Click ที่ Com Port) >> เลือก more info >> แล้วให้สังเกตว่า มีรายละเอียดของโมเด็มแสดงขึ้นมาหรือไม่ (ถ้ามีจึงจะถือว่าลงโมเด็มสมบูรณ์) หากไม่พบให้ทำการลง driver modem ใหม่ 5. อาจเกิดจาก modem เสีย ให้ลองเปลี่ยน modem ตัวอื่น มาทดสอบ หากสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ได้แสดงว่า modem ตัวเก่ามีปัญหา 6. อาจเป็นปัญหาที่ Access Server ของ ISP (ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต) ให้ติดต่อที่ฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการนั้น ในขณะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีข้อความขึ้นว่า "There is no dial tone." หรือ "The computer you're dialing is not answering." ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ในกรณีที่ใช้สายพ่วง ให้ตรวจสอบว่า มีผู้ใดใช้สายพ่วงนั้นอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ทำการวางสายพ่วงนั้นก่อน 2. ตรวจสอบว่า ได้ทำการวางหูโทรศัพท์สนิทหรือไม่ 3. ตรวจสอบว่า ได้ต่อสายโทรศัพท์กับโมเด็มที่ช่อง Line ถูกต้องหรือไม่ 4. ในกรณีที่เป็น External modem (โมเด็มภายนอก) ให้ปิดสวิตซ์โมเด็มและรอสักครู่ จากนั้นเปิดโมเด็มแล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใหม่อีกครั้ง ส่วนกรณีที่เป็น Internal modem (โมเด็มภายใน) ให้ restart เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนแล้วจึงทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใหม่อีกครั้ง 5. ให้ตรวจสอบ driver ของ modem ว่าได้ลงครบสมบูรณ์หรือไม่ โดยการตรวจสอบที่ Start >> Setting >> Control panel >> Double Click ที่โมเด็ม >> เลือกหัวข้อ Diagnostic >> เลือก Modem ที่ใช้งานอยู่ (โดยการ Click ที่ Com Port) >> เลือก more info >> แล้วให้สังเกตว่า มีรายละเอียดของโมเด็มแสดงขึ้นมาหรือไม่ (ถ้ามีจึงจะถือว่าลงโมเด็มสมบูรณ์) หากไม่พบให้ทำการลง driver modem ใหม่ 6. กรณีที่มีบริการเสริม (SPC) ให้ทำการยกเลิกบริการเสริม (SPC) ของเลขหมายออกชั่วคราว โดยกด #43# ที่เครื่องโทรศัพท์สำหรับบริการรับสายเรียกซ้อน และกด #21# ที่เครื่องโทรศัพท์สำหรับบริการประชุม 3 สาย 7. แจ้งยกเลิก Voice mailbox ของผู้ให้บริการโทรศัพท์นั้น 8. ทำการยกเลิก Wait for dial tone... โดยไปที่ My Computer >> Dial - up Networking >> Click ขวาที่ Icon Dial ClickTA เข้า Properties >> Configure >> เอาเครื่องหมายถูกต้อง หน้า wait for dial tone before dialing ออก และทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง ในขณะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีข้อความขึ้นว่า " Verifying username and password " เป็นเวลานาน ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบการตั้งค่า Maximum speed ของโมเด็ม เนื่องจากอาจตั้งค่า speed สูงเกินไป โดยปฏิบัติตามดังนี้ไปที่ Start >> Setting >> Control panel >> ดับเบิ้ลคลิกที่โมเด็ม >> เลือก properties ที่แถบ General >> ให้ตรวจสอบที่ maximum speed >> โดยทำการเลือกค่าที่ใกล้เคียงกับความเร็วของโมเด็มที่ใช้งาน เช่น ความเร็วของโมเด็ม 56 K ควรตั้งค่าไว้ที่ 57600 หรือต่ำกว่านั้น 2. ตรวจสอบการตั้งค่า Server Type ของ Connection ว่า ถูกต้อง หรือไม่ ในขณะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีข้อความขึ้นว่า "Cannot establish a dial-up networking" หรือ "Dial-up networking could not negotiate." ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบว่าได้พิมพ์ username และ password ถูกต้องหรือไม่ 2. ให้ลองทำการ Restart เครื่องใหม่ก่อน แล้วลอง Connect อีกครั้ง 3. ให้ทดลองทำการลด maximum speed ของ modem ซึ่งอาจตั้งสูงเกินไป สายหลุดบ่อยเมื่อต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว ในเบื้องต้น ควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบการติดตั้ง modem โดยกด start >> setting >> control panel ตามลำดับแล้วดับเบิ้ลคลิกที่ modem >> คลิกที่ properties >> ตรวจสอบที่ maximum speed โดยเลือกความเร็วของโมเด็มให้ตรงกับความเร็วของ modem ที่ใช้งานอยู่ เช่น 56 K ควรเลือก 57600 เป็นต้น >> จากนั้นคลิกที่แท็ป Connection ให้ยกเลิก Wait for dial tone before dialing ออก 2. พยายามใช้สายโทรศัพท์พ่วงให้น้อยที่สุด 3. ขณะใช้งานอาจมีผู้อื่นโทรเข้ามา หากเลขหมายนั้นมีบริการสายเรียกซ้อน ให้ทำการยกเลิกชั่วคราวโดยกด #43# และ #21# สำหรับบริการสายเรียกซ้อนและ บริการประชุม 3 สายตามลำดับ 4. สัญญาณโทรศัพท์ หรือชุมสายอาจขัดข้องชั่วคราว ให้รอพักสายแล้วติดต่อใหม่อีกครั้ง 5. ตรวจสอบว่า สัญญาณโทรศัพท์มีสัญญาณรบกวน หรือไม่ เช่น สัญญาณวิทยุ , มีเสียงแทรก เป็นต้น หากพบว่ามีสัญญาณรบกวนให้โทรแจ้งหน่วยงาน 17 เมื่อใช้งานแล้ว Speed หรือ download ข้อมูลได้ช้า จะทำอย่างไร 1. อาจเกิดจาก Web site ที่ใช้งานอยู่อาจมีผู้เข้าไปมาก หรือมีปัญหา ให้ต่อเข้าใช้งานใหม่ภายหลัง 2. อาจเกิดจาก วงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Link) เต็ม หรือ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก(Traffic jam) ซึ่งอาจเป็นบางเวลาให้ต่อใหม่ภายหลัง 3. ให้ทดลองทำการลด maximum speed ของ modem ซึ่งอาจตั้งสูงเกินไป หากขึ้นข้อความว่า "Cannot open the internet site" / "The Page can not be displayed." หลังจากต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว ในเบื้องต้นควรปฏิบัติอย่างไร 1. ตรวจสอบดูว่า ขณะนั้นได้เชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ต อยู่หรือไม่ โดยสังเกตจากสัญลักษณ์ (Icon) ที่เป็นรูปหน้าจอคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง (ตรงมุมล่างขวาของจอภาพ) ว่า มีสีเขียวกะพริบหรือไม่ ถ้าไม่มี แสดงว่า อาจไม่ได้ทำการเชื่อมต่อหรือขาดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ให้ต่อใหม่อีกครั้ง 2. ตรวจสอบว่า พิมพ์ที่อยู่ (Address) ของ Web site นั้นถูกต้องหรือไม่ หากพิมพ์ถูกต้องแล้ว ปัญหาอาจเกิดจากตัว Web site นั้นเอง ให้รอสักครู่แล้วค่อยติดต่อใหม่ 3. อาจเกิดจาก Web site ที่ใช้งานอยู่อาจมีผู้เข้าไปมาก หรือมีปัญหา ให้ต่อเข้าใช้งานใหม่ภายหลัง 4. อาจเกิดจาก วงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Link) เต็ม หรือ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก(Traffic jam) ซึ่งอาจเป็นบางเวลาให้ติดต่อใหม่ภายหลัง 5. ตรวจสอบว่า ได้ตั้งค่า Proxy server ไว้หรือไม่ โดยตรวจสอบจาก - ในกรณีที่ใช้ Microsoft Internet Explorer ( version 5 ขึ้นไป ) เป็น Browser ให้เปิดโปรแกรมดังกล่าวขึ้นมา จากนั้นให้ไปที่เมนู Tool >> Internet option...>> เลือกที่ Connections >> ในหน้าต่าง Dial - up Settings ให้เลือก Icon " (ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) " >> Setting >> ให้นำเครื่องหมายถูกต้องตรงหน้าข้อความ Use a proxy Server ออก ( ทำให้เป็นช่องว่าง ) จากนั้นกด O.K. >> และ O.K. อีกครั้ง เพื่อออกสู่โปรแกรม - ในกรณี ที่ใช้ Netscape Communications หรือ Browser ให้เปิดโปรแกรมดังกล่าวขึ้นมา จากนั้นให้ไปที่เมนู Edit >> Preferences >> Double Click ที่ Advanceed >> เลือกที่ Proxies >> ให้เลือกที่ Direct Connect to the Internet จากนั้นกด O.K. 6. อาจเกิดจากมีเนื้อที่ของ Temporary Internet File มากให้ตรวจสอบจาก - ในกรณีที่ใช้ Microsoft Internet Explorer ( version 5 ขึ้นไป ) เป็น Browser ให้เปิดโปรแกรมดังกล่าวขึ้นมา จากนั้นให้ไปที่เมนู Tool >> Internet option...>> เลือกที่ Internet Option... >> เลือกที่ General >> Temporary Inetrnet file ให้เลือกตรง Delete Files จะขึ้นหน้าต่าง ให้เลือก " Delete all offline content" จากนั้นกด O.K. >> และ O.K. อีกครั้ง เพื่อออกสู่โปรแกรม 23.Memory Manager การค้นหาแหล่งที่มาของส่วนที่พร่องหายไปของ Memmory ทำได้โดยเลือก Start เลือก Programs เลือก Accessories และเลือก System Tools เพื่อใช้เรียกยูทิลิตี้ของ System Monitor มาตรวจสอบการใช้งานของหน่วยความจำ หากคุณหาไม่พบก็ให้ติดตั้งใหม่จากแผ่น CD ของ วินโดวส์ โดยการใช้คำสั่ง Add/Remove Programs จากนั้นก็ทำการกำหนดขนาดของ หน่วยความจำ โดยเลือก View เลือก Numeric Charts และ View และ Always on Top เพื่อเลือก Edit และ Add Item ในรายการตัวเลือกที่ปรากฏอยู่ให้คุณเลือก Memory Manager จากนั้นให้กดปุ่ม <Ctrl> ค้าง ไว้เพื่อเลือกรายการ Unused physical memory เลือก Swapfile in use และ Swapfile size ให้ลองใช้งานและเปิด-ปิดแอพพลิเคชั่น หลายๆ อย่าง เพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำมากน้อยเพียงใด และโปรแกรมใดไม่คืนความจำให้หลังจากปิดโปรแกรมไปแล้ว 24.System Resources (ทรัพยากรระบบ) ความหมาย: ระบุร้อยละของทรัพยากรระบบที่ว่าง ถ้าจำนวนนี้ค่าน้อยเกินไป คอมพิวเตอร์จะปฎิบัติงานช้าลง และถ้าจำนวนนี้มีค่าน้อยมาก โปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่จะไม่มีเสถียรภาพ และจะไม่สามารถเปิดโปรแกรมใหม่ได้ การที่มีค่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการติดตั้งโปรแกรม ถ้าติดตั้งโปรแกรมไว้มาก ทรัพยากรจะถูกใช้ไปมาก ค่าจะเหลือน้อย ดังนั้นจึงควรติดตั้งโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ประจำ และทรัพยากร ยังขึ้นอยู่กับการเปิดโปรแกรม หมายถึง ถ้าเปิดหลายๆโปรแกรม ทรัพยากรก็จะถูกใช้ไปมากด้วย ถ้าปิดโปรแกรม ทรัพยากรจะคืนกลับมา แต่ก็มีบางโปรแกรมที่ออกแบบมาไม่ดี คือเมื่อปิดโปรแกรมแล้ว จะไม่คืนทรัพยากรให้ วิธีเปิดดู: ให้ทำหลังจากที่ได้ Restart เข้าวินโดวส์ใหม่ เพื่อดูค่าสุทธิแท้จริง ค่ามาตรฐาน 80 % ขึ้นไป ถ้าค่าต่ำกว่านี้ การทำงานของวินโดวส์จะช้าลง คลิกขวาเมาส์ที่ My Computer >> เลือก Properties >> คลิกแท็ป Perfomance >> ดูแถว System Resources วิธีแก้ไข : เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปิดหลายๆโปรแกรมได้ในเวลาเดียวกัน หรือคอมพิวเตอร์ทำงาน ช้ามาก 1. คลิก Start >> Run >> ในช่อง Open ให้พิมพ์ msconfig แล้วกดที่คีย์บอร์ด Enter 2. กรอบหน้าต่าง System Configuration Utility ตรงแท็ป General ให้คลิกเลือกแถว Selective startup 3. ตรงช่อง Process Win.ini file ให้ช่องว่างไว้ ตามรูปข้างล่าง |
![]() |
| 4. คลิกที่แท็ป Startup จากนั้นติ๊ก ถูก ในช่องสี่เหลี่ยมแถวต่อไปนี้ internat.exe , ScanRegistry , TaskMonitor , LoadPowerProfile ส่วนช่องอื่นๆให้ปล่อยว่างไว้ ตามรูปข้างล่าง |
![]() |