1. กาฟักไข่
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ใช้ผลไม้หรืออะไรก็ได้ สมมติว่าเป็นไข่ และเขียนวงกลมลงบนพื้นเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 ฟุต 1 วง และอีกวงหนึ่งอยู่ในวงแรก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ฟุต วางทั้งหมดไว้ในวงกลมเล็ก ให้คนใดคนหนึ่งเป็นอีกา ยืนในวงกลมวงใหญ่ หรือนั่งคร่อมวงกลมเล็ก นอกนั้นทุกคนยืนรอบนอกวงกลมวงใหญ่ คอยแย่งไข่ คนเป็นกามีหน้าที่ป้องกันไข่ โดยมีกติกาการเล่นดังนี้
1. ผู้มีหน้าที่หยิบไข่ เข้าไปในวงกลมไม่ได้
2. ผู้มีหน้าที่หยิบไข่ ต้องระวังมิให้อีกาตีถูกมือหรือแขนของตน ซึ่งล่วงล้ำเข้าไปในวงกลมได้
3. ถ้าแย่งไข่ไปจากอีกาได้หมดแล้ว ให้ปิดตากาแล้วเอาไข่ไปซ่อนให้อีกาตามหาไข่ ถ้าพบไข่ที่ผู้เล่นคนใดเป็นคนซ่อน ผู้นั้นต้องเปลี่ยนมาเป็นอีกาแทน


2. กระต่ายขาเดียว
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ขีดเส้นแบ่งเขตบนพื้น และมีเขตจำกัดเส้นออกไว้ด้วย แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 หมู่เท่า ๆ กัน ตกลงกันว่าใครจะเป็นกระต่ายก่อน กลุ่มที่เป็นกระต่ายจะคิดคำขึ้นหนึ่งคำ ให้มีพยางค์เท่ากับจำนวนคนในหมู่และจะต้องกำหนดพยางค์ให้แต่ละคน้วย เมื่อคิดคำได้แล้ว หมู่ที่เป็นฝ่ายเล่นทั้งหมดก็จะเป็นผู้เลือกว่า จะเอาพยางค์ใด ฝ่ายกระต่ายคนที่มีพยางค์ตรงกับที่โดนเลือกก็จะวิ่งกระโดดมาขาเดียว ให้เร็วที่สุด และไล่จับแตะคนในฝ่ายเล่น ถ้าคนใดโดนจับหรือถูกตัวกระต่ายก็ต้องออกจากการเล่น แต่ถ้ากระต่ายเปลี่ยนขาหรือขา แตะพื้น จะต้องเปลี่ยนเป็นกระต่ายตัวใหม่ที่ฝ่ายเล่นจะเลือก เมื่อฝ่ายเล่นถูกไล่ตีจนหมแล้วก็ถือว่าแพ้ ต้องมาเป็นฝ่ายกระต่ายบ้าง 
ตัวอย่าง ฝ่ายกระต่ายมีสมาชิก 4 คน ก็คิดคำว่า "ทุเรียนหมอนทอง" ขึ้นมา กำหนดให้คนแรกเป็น "ทุ" คนที่ 2 เป็น "เรียน" คนที่ 3 เป็น "หมอน" คนที่ 4 เป็น "ทอง" เมื่อฝ่ายเล่นเลือกเอาคำว่า "ทอง" คนที่เป็นทองก็จะต้องกระโดดมาขาเดียวไล่จับคนในฝ่ายเล่น ถ้าขา แตะพื้นก็จะต้องเปลี่ยนคนใหม่มาอีก โดยฝ่ายเล่นจะเป็นคนเลือก ทำอย่างนั้จนกว่าจะหมด ฝ่ายกระต่ายที่เหลือต้องคอยจับตาดูว่า ฝ่ายเล่นคนใดวิ่งออกนอกเส้นบ้าง ถ้ามีใครวิ่งออกไปก็หมดสิ้นเล่น
การเล่นนี้เป็นการพัฒนาความคิดของเด็กที่จะต้องคิดคำที่มีพยางค์เท่ากับจำนวนคน ฝึกการทรงตัว ไหวพริบและความอดทน ฝึกใช้เชาวน์ไหวพริบ นอกจากนั้นยังเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานอีกด้วย


3. เก้าอี้ดนตรี
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ผู้เล่นทุกคนยืนเป็นวงหลังเก้าอี้ เมื่อเพลงขึ้นทุกคนต้องรำ เมื่อเพลงหยุดตอนใด ทุกคนต้องรีบนั่งเก้าอี้ คนที่เหลือแย่งไม่ทัน เพื่อนต้องออกจากการแข่งขัน ในกรณีที่แย่งนั่งพร้อมกัน 2 คนเก้าอี้ตัวเดียวกัน และตัดสินไม่ได้ว่าใครนั่งก่อนให้เริ่มใหม่ เล่น กันต่อไปเช่นนี้จนเหลือคนสุดท้ายก็จะเป็นผู้ชนะ


4. กำทาย
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ผู้เล่นแต่ละคนนำเมล็ดถั่วหรือก้อนหินมา ใครนำมามากก็เป็นคนกำทายก่อน ผู้ทายกำเมล็ดถั่วเท่าใดก็ได้แล้วให้คนอื่น ๆ ทาย ใครทายถูกก็ได้เมล็ดถั่วจำนวนนั้นไป ถ้าไม่ถูกคนทายคนเก่าก็ได้ทายใหม่ บางแห่งกำหนดจำนวนเมล็ดถั่วว่าห้ามเกิน 20 เมล็ด


5. ขี่ม้าส่งเมือง
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายเท่า ๆ กัน เลือกผู้เล่นคนหนึ่งเป็นเจ้าเมือง ซึ่งจะต้องไม่เข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ละฝ่ายจับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อเลือกว่าใครจะเริ่มเล่นก่อน ฝ่ายชนะจะเริ่มเล่นก่อน โดยการเดินมากระซิบชื่อของอีกฝ่ายหนึ่งกับผู้ที่เป็นเจ้าเมืองก่อนแล้วกลับ ไป ฝ่ายตรงกันข้ามจะเดินมากระซิบบ้าง ถ้าฝ่ายที่ออกมาตรงกับฝ่ายที่ทายไว้ เจ้าเมืองจะกล่าวคำว่า "โป้ง" คนนั้นต้องเป็นเชลย และฝ่ายที่ทายถูกทายได้อีกครั้ง จนกว่าข้างใดข้างหนึ่งจะหมด ฝ่ายใดหมดก่อนฝ่ายนั้นแพ้ และให้ฝ่ายชนะขี้หลังไปส่งเมือง


6. ขี้ตู่กลางนา
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อให้คนแพ้เป็นคนทาย เมื่อได้แล้วคนอื่น ๆ นั่งล้อมวงและให้คนทายอยู่กลางวง ผู้ที่ล้อมวงเอามือไพล่หลัง จะมีคนหนึ่งที่มีวัตถุสำหรับทายอยู่ในมือ ขณะร้องบทร้อง ทุกคนจะทำสีหน้าให้ผู้ทายเข้าใจผิด ถ้าทายถูกว่าใครมีสิ่งของอยู่ในมือ คนนั้นต้องไปอยู่กลางวงแทน ถ้าทายผิดต้องเป็นต่อไป 
บทร้อง "ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก ขี้มูกยายแก่ ถือไม้อ้อแอ้ อยู่มือคนไหน จำไว้ให้แน่ ออระแร้ ออระ


7. งูกินหาง
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น คนหนึ่งเป็นพ่องู อีกคนหนึ่งเป็นแม่งู พ่องูยืนหันหน้าเข้าหาแม่งู นอกนั้นเป็นลูกงู จับเอวกันเป็นแถวยาว ความยาวของลูกงูนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่น พ่องูจะถามแม่งูว่า
พ่องู "แม่งูเอ๋ย"
แม่งู "เอ๋ย" (ลูกงูช่วยตอบ)
พ่องู "กินน้ำบ่อไหน"
แม่งู "กินน้ำบ่อโศก"
ลูกงู "โยกไปก็โยกมา (แม่งูและลูกงูโยกตัวขยายแถวทั้งแถว)
พ่องู "แม่งูเอ๋ย"
แม่งู "เอ๋ย"
พ่องู "กินน้ำบ่อไหน"
แม่งู "กินน้ำบ่อทราย"
ลูกงู "ย้ายไปก็ย้ายมา" (วิ่งไปทางซ้ายทีขวาที)
พ่องู "แม่งูเอ๋ย"
แม่งู "เอ๋ย"
พ่องู "กินน้ำบ่อไหน"
แม่งู "กินน้ำหิน"
ลูกงู "บินไปก็บินมา" (ทำท่าบินแล้วจับเอวต่อกัน)
พ่องู "หุงข้ากี่หม้อ"
แม่งู "...หม้อ" (เท่ากับจำนวนลูกงู กับแม่งู)
พ่องู "ขอกินหม้อได้ไหม"
ลูกงู "ไม่ได้"
พ่องู "ตำน้ำพริกกี่ครก"
แม่งู "...ครก"
พ่องู "ขอกินครกได้ไหม"
ลูกงู "ไม่ได้"
พ่องู "ทอดปลาทูกี่ตัว"
แม่งู "...ตัว"
พ่องู "ขอกินตัวได้ไหม"
ลูกงู "ไม่ได้"
พ่องู "กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว"
แม่งู "กินหางตลอดหัว"
พ่องูจะไล่จับลูกงู จากปลายแถวขึ้นมาหัวแถว แม่งูจะต้องพยายามป้องกันไม่ให้พ่องูเอาลูกงูไปได้ โดยกางมือกั้นแล้วลูกงูต้อง คอยวิ่งหนี แต่ต้องระวังไม่ให้แตกแถว เมื่อจับลูกงูได้ พ่องูจะถามลูกงูว่า
พ่องู "อยู่กับพ่อหรืออยู่กับแม่"
ลูกงู "อยู่กับแม่"
พ่องู "ลอยแพไป"
พ่องูจะผลักลูกงูให้ห่างออกไป ถ้าลูกงูตอบว่า "อยู่กับพ่อ"
พ่องู "หักคอจิ้มน้ำพริก"
พ่องูก็จะจับลูกงูให้ออกจากการเล่น ไปอยู่เช่นนี้ จนจับได้หมด
ถ้าตอบว่า "กินกลางตลอดตัว" พ่องูจะจับลูกงูตัวแรกในบริเวณกลางลำตัว ตัวต่อไป ก็เลือกจับตามใจชอบ
ถ้าแม่งูตอบว่า "กินหัวตลอดหาง" พ่องูต้องพยายามปล้ำกับแม่งูให้แพ้ชนะให้ได้ แล้วจับลูกตั้งแต่หัวแถวจงไปจนหมด เป็นอันจบเกม


8. หมากกัก
จำนวนผู้เล่น ไม่เกินฝ่ายละ 4 คน 
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ให้ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กักก่อน โดยยืนอยู่ตามช่อง ช่องละ 2 คน (ตามขวาง) ถ้าเล่นฝ่ายละ 2 คน ก็ยืนช่องละคน อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องพยายามวิ่งจากด้านหน้าไปยังด้านหลังหรือจากด้านหลังมายังด้านหน้า โดยมิให้ฝ่ายที่ยืนอยู่เอามือจับถูกได้ ผู้วิ่งจะต้อง พยายามช่วยกันหลอกล่ออีกฝ่ายหนึ่งที่คอยจ้องจะจับอยู่ และวิ่งทะลุไปอีกด้านหนึ่งให้ได้โดยไม่ต้องถูกจับ ถ้าคนใดคนหนึ่งวิ่งทะเลไปอีก ด้านหนึ่ง คนอื่น ๆ ก็พลอยรอดพ้นด้วย และฝ่ายที่กักต้องปล่อยให้ไปอีกด้านหนึ่ง ไปเริ่มวิ่ง (และกัก) จากอีกด้านหนึ่งใหม่ ในการวิ่งแต่ละ เที่ยวห้ามวิ่งอ้อมหัวกะโหลก ผู้กักจะวิ่งจับได้ตามช่อง และฝ่ายวิ่งคนใดคนหนึ่งถูกจับคนอื่น ๆ ก็จะถูกจับไปด้วย และต้องเป็นฝ่ายกัก


9. ซ่อนหาหรือโป้งแปะ
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม่ยาว เพื่อหาว่าใครเป็นคนหาก่อน เมื่อได้แล้วก็ปิดตา คนอื่น ๆ ไปซ่อน คนปิดตาถาม "เอาหรือยัง" ถ้าผู้ซ่อนคนใด หรือหลายคนร้อง "ยัง" ก็ยังเปิดตาไม่ได้ รอจนกว่าผู้ซ่อนจะร้องว่า "เอาละ" จึงเปิดตาได้และค้นหาผู้ซ่อน เมื่อหาพบต้องส่ง เสียงดัง ๆ เพื่อให้รู้ว่าพบใครคนหนึ่งแล้ว ผู้ซ่อนทั้งหลายก็ออกมาจากที่ซ่อน ถ้าเล่นโป้งแปะ จะต้องร้องว่า "โป้ง" (ชื่อผู้ที่พบ) ถ้าผู้ซ่นถึงตัวผู้หาและร้องว่า "แปะ" ก่อน ผู้นั้นต้องเป็นต่อไป ผู้เล่นจะต้องซ่อนคนเดียวที่เดียวกันจะซ่อนมากกว่า 1 คนไม่ได้ 
บทร้อง (ร้องตอนปิดตา) "ปิดตาไม่มิด สารพิษเข้าตา พ่อแม่ทำนา ได้ข้าวเม็ดเดียว"


10. ดมดอกไม้
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น แขวนดอกไม้ให้ห้อยอยู่ในระดับที่ตรงกับจมูกของคนที่ถูกปิดตา จับสลากเรียกลำดับเสี่ยงทายว่า ใครจะเล่นก่อนหลัง คนที่เริ่มเล่นก่อนจะ ต้องถูกปิดตา แล้วให้ผู้ที่ถูกปิดตาเดิน 5-8 ก้าวจากจุดที่แขวนดอกไม้ หยุด แล้วหันมาทางดอกไม้ เพื่อเอาผ้าผูกตา จับหมุน 3 รอบแล้วหัน หน้าให้ตรงกับดอกไม้ ปล่อยให้เดินไปดมดอกไม้ ในการดมต้องใช้จมูกอย่างเดียว ห้ามใช้มือควานหา ผู้เล่นมีสิทธิ์เล่นได้ 2 ครั้ง เมื่อครั้ง แรกดมไม่ถูกผู้ดูคนหนึ่งพาตัวผู้ดมดอกไม้ไปยืนที่ดอกไม้ให้ดมดอกไม้แล้ว ให้เดินออกจากดอกไม้ 5 ก้าว ให้หันกลับไปทางดอกไม้อีก ถ้า ดมดอกไม้ถูกก็ชนะ คนต่อไปก็เล่นตามลำดับ


11. ดิน น้ำ อากาศ
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ใช้ผ้าเช็ดหน้า 1 ผืน ให้ผู้เล่นนั่งล้อมเป็นวงกลม ให้คนใดคนหนึ่งถือผ้าเช็ดหน้า แล้วปาไปยังผู้เล่นคนหนึ่งพร้อมกับพูดคำว่า "ดิน" แล้วนับ1 ถึง 10 โดยเร็ว คนที่ถูกปาต้องรีบเอ่ยชื่อสัตว์บกก่อนที่ผู้ปาจะนับถึง 10 ถ้าหากยังนึกไม่ออกจนต้องถูกเขกพื้น 3 ที แล้ว คืนผ้าให้คนปา คนปาก็ปาคนต่อไปอีก ถ้าคนถูกปาตอบได้ในเวลาที่กำหนด ก็มีสิทธิ์ปาคนอื่นต่อไป ถ้าคนปาพูดว่า "น้ำ" คนถูกปาต้อง เอ่ยชื่อสัตว์น้ำ ถ้าคนปากพูดว่า "อากาศ" คนถูกปาต้องเอ่ยชื่อสัตว์ที่มีปีกบินได้


12. ดีดมะขามลงหลุม
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม่ยาวว่าใครจะเล่นก่อน ผู้เล่นคนอื่น ๆ จะเลือกให้ดีดเม็ดใดก็ได้แล้วทำมือเป็นหลุมป้อง ถ้าเม็ดแรกลงหลุมได้ก็ดีดเม็ดต่อไป จนได้เท่าที่สามารถ ถ้าดีดไม่ได้ถือว่าตาย ให้ผู้อื่นเล่นทำนองเดียวกัน เวลาดีดใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ เมื่อเล่นได้เม็ดมะเขามจำนวนเท่าใด นำมานับแข่งกัน


13. เดินกะลา
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น เอาเชือกเส้นหนึ่งยาวประมาณ 1 วาร้อยกะลามะพร้ว 2 อัน แล้วผู้เล่นขึ้นไปยืนบนกะลามะพร้าว โดยใช้นิวหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้หนีบเส้นเชือก เอาไว้ทั้ง 2 เท้า (เหมือนกับหนีบรองเท้าฟองน้ำ) เมื่อเริ่มเล่นทุกคนยืนอยู่ที่เส้นพอได้ยินสัญญาณ ให้รีบเดินไปที่เส้นชัย ใครถึงก่อนถือ ว่าชนะ


14. เตย หรือตาล่อง
จำนวนผู้เล่น ประมาณ 6 - 8 คน
วิธีเล่น ขีดเส้นกำหนดบริเวณเป็นเส้นขนาน 3 เส้น เส้นขวางตามยาวอีก 1 เส้น เส้นขวางตามยาว 2 เส้น ซึ่งจะกำหนดบริเวณไม่ให้วิ่งออกไปข้าง กว้างเกินไป จับไม่สั้นไม้ยาวว่าใครจะเป็นผู้กั้น ใครจะเป็นผู้ล่อง ผู้กั้นยึนประจำเส้นของตน คอยกั้นไม่ให้ผู้ล่องผ่านไปได้ ผู้ล่องต้อง พยายามหลอกล่อให้เผลอแล้ววิ่งผ่านไปให้ได้ การวิ่งต้องวิ่งผ่านด่านจนครบทุกด่าน แล้ววิ่งกลับไปที่จุดตั้งต้น ถ้าผ่านได้ ต้องร้องว่า "เตย" หรือ "ตาล่อง" หมายความว่า ชนะแล้ว แม้เพียงคนเดียวก็ถือว่าว่าจบเกม เริ่มใหม่ แต่ถ้าโดนแตะก่อน แม้เพียงคนเดียวก็ถือว่า ตาย ต้องเปลี่ยนข้างกัน


15. แตะหุ่น
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม้ยาว เลือกผู้เล่นคนหนึ่งเป็นคนวิ่งไล่ คนอื่น ๆ หลอกหล่อ เมื่อคนวิ่งไล่ไปแตะใครคนนั้นต้องหยุดนิ่ง ในท่าที่กำลังกระทำ อยู่นั้น จะเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่าไม่ได้ ถ้าเคลื่อนไหวคนนั้นก็ตาย ต้องมาเป็นคนไล่แทน ถ้าแตะได้หมดและทุกคนเป็นหุ่นหมด ผู้วิ่งไล่ จะแสดงท่าหลอกล่อต่าง ๆ ให้ยิ่ม หัวเราะ หรือเคลื่อนไหว ใครเคลื่อนไหวต้องมาเป็นคนวิ่งไล่แทน


16. ทอดกะทะหรือทอดนาฬิกา
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น ผู้เล่นทุกคนจับมือกันเป็นวงกลม แล้วใช้เท้ายันกันเอนตัวหงายลง คนยืนสลับจับมือคนนั่ง จับแบบมัดข้าวต้ม เพื่อให้แน่นไม่ให้หลุดจากกัน คนยืนจะวิ่งรอบ ๆ วง วงกลมจะหมุนเป็นรูปเหมือนนาฬิกาหรือกะทะ พอวงแตกก็จะสลับให้คนนั่งเป็นคนยืนบ้าง


17. น้ำขึ้นน้ำลง
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น เขียนวงกลมที่พื้น 1 วง ภายในวงถือว่าเป็นคลอง ภายนอกวงกลมเป็นตลิ่ง ผู้เล่นทั้งหมดยืนอยู่นอกวงกลม ผู้เล่นผลัดกันเป็นหัวหน้าคนหนึ่ง เมื่อหัวหน้าบอกว่า "น้ำขึ้น" ทุกคนกระโดดเข้าไปในวงกลม และถ้าบอกว่า "น้ำลง" ให้กระโดดออกจากวงกลม คนใดอยู่ในคลองเมื่อน้ำลง หรืออยู่บนตลิ่งเมื่อน้ำขึ้น ให้ถือว่าตาย ถูกคัดออก การบอกน้ำขึ้นน้ำลงไม่จำเป็นต้องบอกสลับกัน บอกซ้ำกันก็ได้ ควรบอกเร็ว ๆ


18. ปลาหมอตกกะทะ
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่าย จับไม้สั้นไม้ยาวว่าใครเล่นก่อน ผู้แพ้นั่งจับมือกันเป็นวงกลม ผู้ชนะต้องกระโดดเข้าไปในวง ตรงที่มือจับกันอยู่ ถ้ากระโดดเข้าได้พวกของตนก็มีสิทธิ์ได้เข้าไปหมดทุกคน ขณะที่คนหนึ่งกระโดดอยู่คนอื่น ๆ ก็กระโดดไปด้วย ผู้เล่นแต่ละคนต้องพยายาม ช่วยเพื่อนของตนให้เข้าไปอยู่ในวง เมื่อเข้าไปได้ก็พยายามกระโดดออกฝ่ายที่นั่งจับมือต้องคอยวัดขึ้นไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าไปได้ ฝ่ายที่ กระโดดผู้กั้นวัดมือถูก ถือว่าตาย ก็เปลี่ยนข้างให้อีกฝ่ายหนึ่งกั้นบ้าง ผลัดกันแล้วแต่ความพอใจ


19. ปิดตาตีหม้อ
จำนวนผู้เล่น ผู้เล่นไม่เกิน 10 คน
วิธีเล่น ท่อนไม้ขนาดพอเหมาะมือ ขนาดยาวพอสมควร หม้อดินหนึ่งใบ การเล่นจะมีการคัดตัวผู้เล่นทีละคน โดยการปิดตา ผู้ถูกปิดตาจะถือไม้ เมื่อเดินไปถึงจุดที่วางหม้อต้องตีลงไปทันที ห้ามใช้มือหรือไม้ควานหา ถ้าหม้อดินไม่มีก็อาจจะเปลี่ยนเป็นปี๊บแทนก็ได้


20. โปลิศจับขโมย
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสมมติว่าเป็นขโมย อีกฝ่ายหนึ่งเป็นโปลิศ ฝ่ายโปลิศมีหน้าที่วิ่งไล่จับฝ่ายขโมย โดยฝ่ายขโมยจะ ต้องวิ่งหนีและหาที่ซ่อนตัวให้มิดชิด ซึ่งต้องมีวิธีพลิกเพลงการซ่อน ผู้เป็นโปลิศ (ตำรวจ) ก็ละเอียดถี่ถ้วน และต้องจำกัดบริเวณที่ซ่อน เมื่อโปลิศจับได้ก็มีการเปลี่ยนข้างกัน


21. โพงพาง
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น เลือกคนที่เป็นปลาโดยการจับไม้สั้นไม้ยาว เอาผ้าผูกตาคนที่เป็นปลา แล้วหมุน 3 รอบ ผู้เล่นคนอื่น ๆ ล้อมวงจับมือกันเดินเป็นวงกลม พร้อมร้องเพลงประกอบ เมื่อจบเพลงนั่งลงถามว่า "ปลาเป็นหรือปลาตาย" ถ้าตอบว่า ปลาเป็น คนที่อยู่รอบวงจะขยับเขยื้อนหนีได้ ถ้าบอกปลาตายจะต้องนั่งอยู่เฉย ๆ คนที่ถูกปิดตาทายถูกก็ต้องมาเป็นแทน ถ้าทายผิดต้องเป็นต่อไป 
บทร้อง โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง โพงพางเอ๋ย นกกระยาวเข้าลอด เสือปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง กินปลาเป็นหรือปลาตาย


22. มอญซ่อนผ้า
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น มีผ้า 1 ผืน เป็นอุปกรณ์การเล่น จับไม้สั้นไม้ยาว เลือกคนที่เป็นมอญคนอื่น ๆ นั่งล้อมวง คนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือเดินวนอยู่นอก วงจะร้องเพลง ระหว่างนั้นจะทิ้งผ้าไว้หลังใครก็ได้ แล้วต้องพรางไว้ทำเป็นว่ายังถือผ้าอยู่เมื่อเดินกลับมาผ้ายังอยู่ที่เดิม ก็หยิบผ้าไล่ ตีผู้นั้น ผู้เล่นนั้นต้องวิ่งหนีไปรอบ ๆ วง แล้วจึงนั่งได้ ผู้เป็นมอญจะเดินวนต่อไปหาทางวางผ้าให้ผู้อื่นใหม่ ถ้าใครรู้สึกตัวคลำพบจะ วิ่งไล่ตีมอญไปรอบวง 1 รอบ มอญต้องรีบวิ่งหนีมานั่งแทนที่ คนไล่ก็ต้องเป็นมอญแทน 
บทร้อง มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ


23. รีรีข้าวสาร
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม้ยาว ให้ผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะเป็นประตูโค้ง คนอื่น ๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อย ๆ 2 คนที่เป็นประตูจะร้องเพลงประกอบเวลาลอดใต้โค้ง หัวแถวจะต้องเดดินอ้อมหลังคนที่เป็นประตูครั้งละคน เมื่อจบเพลงจะ กระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลาง คัดออกไป คนข้างหลังต้องระวังตัวให้ดี มิฉะนั้นตนเองต้องออกจากการเล่น ต้องผ่านให้ได้หมดทุกคนจึงจะจบเกม 
บทร้อง รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาย พานเอาคนข้างหลังไว้


24. ลิงชิงหลัก
จำนวนผู้เล่น อย่างน้อย 3 คน
วิธีเล่น ผู้เล่นคนหนึ่งสมมติว่าเป็น "ลิง" หลักลอย ไม่มีหลักจับ อีก 2 คนเป็นลิงจับหลัก ผู้เป็นลิงหลักลอยต้องพยายามแย่งหลัก ในขณะที่ผู้เล่นทั้งหมดเปลี่ยนที่กัน ส่วนมากมักจะใช้สี่หลัก ผู้ที่เป็นลิงชิงหลักต้องคอยสังเกตดูว่าตนจะชิงหลักไหนได้สะดวก ก็รีบวิ่งไปชิงหลักนั้นไว้ ถ้าจับหลักได้ก่อน ผู้ที่มาช้าก็ต้องเป็นลิงหลักลอยคอยชิงหลักของคนอื่น บางคนทำท่าเปลี่ยนแล้วไม่ เปลี่ยนเป็นการล่อหลอก ถือว่าเท้ายังยึดหลักอยู่ ผู้อื่นจะชิงไม่ได้


25. วิ่งเปี้ยว
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายเท่า ๆ กัน โดยปักหลัก 2 ข้าง หรือใช้คนหนึ่งเป็นหลักข้างละหลัก ระยะห่างประมาณ 50 เมตร มีกรรมการตัดสิน 1 คน เริ่มต้นพร้อมกันทั้งสองข้างต้องวิ่งล้มหลักไล่ให้ทันกัน มือถือผ้าคนละผืน เมื่อถึงฝ่ายขงตนส่งผ้าให้คนต่อไป เป็นเช่นนี้จนวิ่งทันกัน ฝ่ายไล่ทันต้องใช้ผ้าที่ถืออยู่ตีอีกฝ่ายหนึ่ง ถือว่าฝ่ายนั้นชนะ


26. เสือกินวัว
จำนวนผู้เล่น จำนวน 12 คน ขึ้นไป
วิธีเล่น แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายละเท่า ๆ กัน และส่งตัวแทนออกมาเป็นเสือและวัว ฝ่ายละ 1 คน ผู้เล่นยืนจับมือกันเป็นวงกลม ไม่ปะปนกัน ครึ่งหนึ่งเป็นเสือ อีกครึ่งหนึ่งเป็นวัว หรือถ้ามีผู้เล่นจำนวนมากก็ยื่นมือสลับกันเป็นกลุ่มแรกอาจจะมี 5-6 คน เป็นเสือ อีก 5-6 คนต่อไปเป็นวัว สลับกันไปเป็นวงกลม เมื่อเริ่มเล่น ให้ผู้ที่เป็นวัน (ตัวแทน) ยืนอยู่ในวง (คอก) อีกคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนฝ่ายเสืออยู่ภายนอก พยายามเข้าไปใน คอกเพื่อจับวัวกิน เสือต้องเข้าคอกทางฝ่ายของตนที่ยืนอยู่ และฝ่ายของตนก็ปล่อยให้เสือเข้าได้ วัวหนีออกทางฝ่ายของตนยืนอยู่เช่นเดียวกัน เพราะถ้าวิ่งไปออกทางฝ่ายเสือก็จะถูกกักไว้ และถูกเสือกินได้ง่าย เมื่อฝ่ายวัวปล่อยออกไปแล้ว ก็พยายามกักเสือไว้ เมื่อเสือออกทางนั้นไม่ได้ก็ ต้องออกทางฝ่ายตนวิ่งขับวัว วัวก็หนีเข้าคอกออก ถ้าถูกเสือจับ (แตะ) ได้ก็ถูกกิน ต้องแพ้ ถ้าเล่นต่อไปจะเปลี่ยนกันเป็นเสือเป็นวันก็ได้
อีกวิธีหนึ่ง ให้ผู้เล่นที่ยืนอยู่เป็นฝ่ายวัวทั้งหมด คอยป้องกันมิให้เสือเข้า-ออกจับวัวได้ เสือจะต้องพยายามแหกเข้าออกคอกเพื่อจับวัวกินให้ได้ วิธีเล่นเช่นเดียวกับที่อธิบายไปแล้ว


27. เสือข้ามห้วยเดี่ยว
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น จับไม้สั้นไม้ยาวเลืกคนที่เป็นห้วย 1 คน และคนอื่น ๆ กระโดดข้าม มีทั้งหมด 8 ท่า
ท่าที่ 1 เหยียดขา 1 ข้างข้างใดก็ได้
ท่าที่ 2 เหยียดขาทับบนข้างเดิมให้สันเท้าต่อบนหัวแม่เท้า
ท่าที่ 3 เหยียดแขนข้างหนึ่งตั้งบนขาทั้งสองข้าง ให้นิ้วก้อยตั้งบนหัวแม่เท้า กางนิ้วห่าง ๆ กัน
ท่าที่ 4 เหยียดแขนอีกข้างหนึ่ง ต่อบนมือข้างเดิมท ให้นิ้วก้อยตั้งบนนิ้วหัวแม่มือของข้ามเดิม
ท่าที่ 5 นั่งหมอบ
ท่าที่ 6 ชักเงี่ยง โดยใช้ข้อศอกข้างหนึ่ง ยักขึ้นยักลง
ท่าที่ 7 ชักเงี่ยงทั้งสอง ใช้ข้อศอกทั้งสองข้างยัก
ท่าที่ 8 ลุกขึ้นยืนก้มตัวใช้หลายนิ้วมือจรดนิ้วเท่า


28. เสือข้ามห้วยหมู่
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น เหมือนกับเสือข้ามห้วยเดี่ยว แต่จำนวนผู้ที่เป็นห้วยเพิ่มมากขึ้น นั่งเรียงกันไป โดยเว้นระยะห่างพอสมควร ผู้ที่เป็นเสือต้องกระโดดข้าม ให้พ้นหมดทุกด่าน ถ้าตายที่ด่านใดด่านหนึ่ง ทุกคนจะต้องตายหมด กลายมาเป็นห้วยแทนสลับกัน ส่วนเสือข้ามห้วยเดี่ยวนั้น ถ้าเสือข้าม พ้นทุกขั้น ผู้เป็นห้วยจะถูกลงโทษ โดยพวกเสือจะช่วยกันหามไปทิ้ง แล้ววิ่งกลับมาที่เล่น ผู้เป็นห้วยต้องพยายามจับให้ได้ถ้าจับคนใดได้ คนนั้นต้องมาเป็นห้วยแทน


29. อีตัก
จำนวนผู้เล่น จำนวน 2 - 4 คน
วิธีเล่น ใช้เมล็ดน้อยหน่า มะขาม และกระดาษไม่แข็งหรืออ่อนเกินไปนัก ตัดเป็นรูปสี่เหลียมผืนผ้า จับให้ชายข้างหนึ่งซ้อนกัน ใช้มือถือเป็นที่สำหรับตัก โดยผู้เล่นแต่ละคนลงกองทุนเท่า ๆ กัน จับไม้สั้นไม้ยาวว่าใครจะเล่นก่อน เริ่มเล่นด้วยการโปรย เมล็ดไปตามพื้นกระดาน เอากระดาษที่ทำเป็นที่ตัก ตักทีละเมล็ดจนหมด ถ้าเมล็ดใดกอดกันอยู่ต้องระวังไม่ให้กระเทือน ถ้ากระเทือนก็หมดสิทธิ์เล่น ต้องให้คนอื่นเล่นต่อ เมื่อหมดกองทุนใหม่ นับเมล็ดว่าใครได้มากที่สุดชนะ
การละเล่นของเด็กไทย
คลิกกลับหน้าแรก โฮมเพจ
การละเล่นของเด็กไทย