ก่อนที่จะเปิดคอมพิวเตอร์ให้ทำงาน ต้องเสียบปลั๊กไฟฟ้า ไฟฟ้าในประเทศไทยจะมีอยู่สองขั้ว คือขั้วบวก + (สีแดง) และขั้วลบหรือสายดิน - (สีดำ) มีแรงเคลื่อน 220 โวลท์ ส่วนของเมืองนอกทางแถบยุโรปเขาจะมีสามขั้ว 110 โวลท์ ขั้วที่สามที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็คือขั้วที่ไว้ต่อลงดิน กันเวลาไฟรั่ว เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ จะออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้มีสายดิน(-)ร่วมกัน แล้วเชื่อมสายดินไว้กับตัวถัง หรือโครงสร้างภายนอกที่ห่อหุ้มวงจรนั้น ดังนั้น เมื่อตัวถังของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีค่าความต่างศักดาเป็นลบ (-) เวลาเราเสียบปลั๊กไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า สมควรอย่างยิ่งต้องให้ถูกขั้ว ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้ เพราะ เหตุผลข้อที่ 1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าภาคจ่ายไฟ (power supply) จะมีตัวแปลงแล้วก็ตาม และยังช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย เหตุผลข้อที่ 2. ป้องกันไฟฟ้าดูด (ในกรณีที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในสภาพปรกติ ไฟไม่รั่ว) อันนี้ทดลองดูได้ โดยเสียบปลั๊กไฟของตู้เย็นให้สลับขั้วไฟกันทีละครั้งให้ตู้เย็นทำงาน จากนั้นยืนบนพื้นดินโดยไม่ต้องใส่รองเท้า แล้วใช้แขนค่อยๆสัมผัสตัวถังหรือขอบของตู้เย็น ดูผลต่างของทั้งสองครั้งว่าแตกต่างกันอย่างไร (ระวัง! ตู้เย็นนั้นต้องปรกติ ไฟไม่รั่วด้วย)
วิธี ในการเสียบปลั๊กไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ให้ถูกขั้วนั้น เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบ คือ ไขควงลองไฟ ทุกท่านคงรู้จักกันดี เมื่อเสียบปลั๊กไฟคอมพิวเตอร์แล้ว ยังไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทำงาน ให้ใช้ไขควงลองไฟสัมผัสที่ตัวถังด้านที่เป็นโลหะ จากนั้นดูความแตกต่างของแสงที่ไขควงลองไฟ(ภายหลังจากที่ได้สลับเปลี่ยนการเสียบของปลั๊กไฟ) ให้เลือกการเสียบของปลั๊กไฟที่ทำให้ไขควงลองไฟไม่มีแสง หรือมีแสงน้อยกว่า จึงเป็นการเสียบปลั๊กไฟที่ถูกต้อง |